แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - หนุ่มน้อยคอยรัก007

หน้า: [1] 2 3
1

ขายถั่งเช่า[/i] ลักษณะของลูกพลับต้นลูกพลับ มีบ้านเกิดในป่าดงดิบขk.;/;/องปรu,u,u,ะเทศไทย อินเดีย และก็ในชวาเกาะเซลีเบส4 โดยจัดเป็นไม้ยืนต้hehgนขนาดกลาง ลำ,ehui,ต้นเปลาehตรง มีควาehมสูงของต้น{ปo'ระมาehณ|ราว|ราวๆ|โดยประมาณeh8-15 เมตร ทรงพุ่มกลมทึบ เปrhลือกต้นเรียบytjเป็นสีเทาจำหน่ายถั่งเช่าผสมดำ หรือครั้งคราวแตกเป็นร่องo'เล็กๆตามทางยาว o'ส่วนแก่นไม้เป็นสีo'ขาว เพาะพันธุ์ด้วยแuil8ulนวทางเพาะเมล็tymjyukykykmด เจริญวัยก้uykาวkน้าในoiดินop;l;ซึ่egrงร่op'วนซุย มีน้ำแล้วก็ความykชุ่มชื้นปานกลาง แล้วก็ชอบo'แสงตะวันul,iu.i.จัด พลับเป็ykนไม้ป่าดงดิบ เจอขึ้นในป่าที่ลุ่tykmuilมต่ำ{บริเวoงป่าo'บกykและป่าชายเลน ชายเขาพรุ บo'ริเวo'ณชายลำคลองจำหน่ายถั่งเช่า ป่าดิi;.oiiบใกล้แหล่งน้ำ ป่io.io/io/าละเมาะoหoาดykทราย แo'ล้ykวก็ตามเรือกสวนทั่วไป ที่ระดับความสูงเหulนือรop'ะดับน้ำทะเลราวๆ 2-30 เมตร (ส่o'วนอีกข้อมูลระบุว่oi;op'o'าo?โดยประมาณ 50-400 เมo'ตร) ในประเทศop'ไทยเจอได้ทางภาคใต้ ส่วนในต่างชาติเจอขายถั่งเช่าเหมาะมาเลเซียต้นมะพลับใบมะพลับ ใบเป็นใo'บi;oi;โดดเดี่ยวออกเรียงสลับ รูปแบบของใบเป็นi;รูปขอบขi;านหรือรูปขอบขนานปนรูปหo'อo'กกลับ i;ปลายใบi;rhtjแหลมทู่ โคนใบมน ส่วนขอบใบเรียบ ใบมีขนuil;าดกว้างราว 2.5-8 เซนติเมตรรวมทั้งยาวประมาณ 10-30 เซนติเมตร เนื้อใบดก ข้างหลังใบเรียบi;วาว ส่วนท้องใบเรียบแo'ม้กi;ระนั้นมีสีอ่อนกuว่า หรือมีขนประปรายบ้างตามเส้นกึ่งกลางใบข้างล่าง โดยมีเส้นใi;ประมาณ 6-12 คู่ แต่ละเส้นมีลักษณะงอไปๆมo'าๆ พอเพียงมองo'เlio;o;oห็นได้ทั้งคู่ด้าน ส่วนo'ก้านใบยาวราว 1-1.5 ซม. ขายถั่งเช่าแoo'op'u'ละก็o'แล้วก็6ykyo'รวมทั้งมีขนเรี่ยรายo'

Tags : ขายถั่งเช่า

2

ขายว่านชักมดลูก สาลี่ ผลftrnytดีดีต่อร่างกาย จัดu.wtคือผลไม้ฉ่ำน้ำดื่มแล้วสดชื่น นำไปเป็นผลไม้ไหว้ก็ได้ ด้วยเหตุว่าสาลี่สื่อควาrthbมหมายดีๆในตัวเองผลไม้อย่างสาลี่เป็นผลttjไม้ที่มีให้รัu,uio.oi.บประทานจำหน่ายว่านชักมดลูกตลอดทั้งปี สาtjลี่เลย7k78เป็นเลิศในผลไ7leehม้มงคลที่คนนิยมนำมาไหว้เi.i.จ้ากัน เนื่องจfhากสาลี่สื่อความหมายถึงโชคลาภyu, อีกทั้งผิวเปลือกสีเหลืองทองคำยังเป็นสีที่ค่อkนข้างมง7yk78คลอีkกด้วยykyul แต่นอกจากประโยชน์ของสา67k7ลี่ในเรื่องความมีโชคมีลาภแล้ว สาgmjyukลี่ ประโยชน์ต่อสุขภiu,าพก็มีไม่น้อย ลองมาอ่านปyระโยนช์7ของyk,7trfjtสาลี่กัyนหน่อยดีมากยิ่งกว่าค่ะจะมองเห็นได้ว่าสาลี่คือผลไม้ขายว่านชักมดลูกฉ่ำน้ำจริงๆแล้ว7yk7ก็คือผลไม้ที่ค่อนข้างให้k6y67พลังงานต่ำ ไขมันก็ต่ำ แต่ว่าจำนวนแร่ต่างๆรวมไปถึงน้ำตาลของสาลี่แต่ละชนิดนั้นไม่เหมือนกันบางส่วนถึงปาน7l8l88lกลาง ซึ่งจุดนี้สาลี่จำพวกน้ำตาลน้อยที่สุดก็คือ สาลี่น้ำผึ้ง ซึ่งมีจำนวนน้ำตาลอยู่ที่ 7 กรัมต่อสาลี่ 100 กรัม นั่นเองนะคะ นอกจากนั้นพวfe3gf4กเรายังมีข้อมูลปริมาณน้ำตyk6k7k7rาลในผลไม้ชนิดต่างๆมาให้อ่านกันด้วยสาลี่ จำหน่ายว่านชักมดลูกประโยชน์ไม่น้อย รับประทานก็อร่อยอีกต่างหาก สรรพคุณของสาลี่ที่นtj55j6tjt6jอกi.i.จากจะเป็นผลไม้มงคลแล้ว สาลี่ยังy,y,มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ5tjgfj5ตามนี้เลยค่ะ แก้หิว คลายร้อนสาลี่คือผลไม้ที่มีจำนวนน้ำมากแทบทุกจำพวก และก็ยังมีรสหวi.i.านจากu,uน้ำตาลธรรมชาyu,ติพอสมควร ดังนั้นผู้ใดได้รับประทานสาลี่ก็จะได้รับความมีชีวิตชีวาจากสาลี่ในทันทีทันใด ยิ่งขายว่านชักมดลูกถ้าเกิดu,ui,นำสาลี่ไปแช่เย็นหน่อยนะ อย่างฟินเลยhj5u,.ioi

Tags : ขายว่านชักมดลูก

3

ขายเจียวกู่หลาน ข้าวโพดกับข้อมูลทางโภชนาการข้าวโพดเป็นธัญพืชเต็มเม็ดymiu.o ซึ่งจำพวกที่คนส่วนมากนิยมเอามารับประทา,7yl,9;น เป็น ข้rh67j7kาวโพดหวาน ป๊อบคอร์น และข้าวโพดข้าวเหนียวหรือข้าวสาลี โดulio;oยเอามาต้มสุกรับปtjhy78klujuระทาน ใช้จำหน่ายเจียวกู่หลานทำอาหารหรือทำของหวาน แต่ว่าเว้นแต่รสหวานอร่อยแล้ว ข้าวโพดยังปร+6+ะกอบไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต้องต่อสภาพร่างกาย ดังนี้วิตามินและก็ธาตุ ข้าวโพดแต่ละประเภทมีวิตามินแล้วก็แร่ธาตุต่างๆนาๆ โดยข้าวโพดหวาrjyนอุดมไปด้วยวิตามินบี 8i;l09tjntrjซึ่งมีคุณลักษณะช่วยทำให้ร่างกายนำ;ylkgtkสารอาหารจำพวกไขมัน คาร์โบไฮเดรต และก็โปรตีนไปใช้ขายเจียวกู่หลานอย่างมีประสิทธิภาพ แj7ulk98lล้วก็ยังมีวิตามินเอที่ช่วยบำรุ8l90;9งรักษาสายตาแล้วก็ทำให้มี96ประสิทธิภาพเพิ่yl8i990มมากขึ้นสำหรับในการแลเห็น ส่วนป๊อบrrjtu6k8คอร์นนั้นเป็นแหล่งของกิ53นสำคัญของแร่หลายชนิด ตัวอย่างเช่น ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แมงกานีส สังกะสี และก็53ทองแ7lk98prhtดง 35แต่ว่าป๊อบค9อร์นที่จัดจำหน่ายตามตลาดมักมีน้ำมัน เนย เกลือ หรือน้ำตาลเป็นส่ว63+นประกอบ แม้รับประทานมากเกินความจำtrjy6kehr9เป็นก็อาจส่งผลให้จำหน่ายเจียวกู่หลานกำเนิดปัญหาเกี่ยวกับสุข5tjn78ll.dhbภาพตilมมาได้สารต้าrhtyjน9อนุมูลอิสระ ข้าวโพดอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดที่ช่วยคุ้มครองปกป้องหรือยั้งความย่ำแย่tjyuik3+ขอ9งเซลล์ที่เกิดขึ้นจาก99;อนุมูลอิสระ อันเป็นปัจจัยก่อโรคต่างๆl9l8เป็นต้นว่า โรคมะเร็ง โ69รคเส้นโลหิต เป็นต้น โดยข้า9l;90;วโyk98l9lพดหวานที่คนจำนวนมากนิยมรับประทานประกอบด้วยกรดเฟอรูลิyk3rjkyก (Ferulic Acid) และสารต้านอนุมูลอิสร52ะในกรุ๊ปแคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ซึ่งเป็นสารสีที่ให้สีเหลือง สีส้ม แล้วก็สีแดงแก่พืชที่ได้พบขายเจียวกู่หลานในข้าวโพด ตัวอย่างเช่น 636ซีแซนทิน 8l9prthj5r(Zeaxanthin) ลูทีน (Lutein) คริปโตแซนทิน (Cryptoxanthin) แล้วก็เบต้าแคโรทีน (Beta Carotene)

Tags : ขายเจียวกู่หลาน,ขายเจียวกู่หลาน

4

ขายเห็ดหลินจือ มะดัน เปรี้ยวจี๊ดจ๊าดจากรากถึงปลายยอด ขัดเสมหะ tgfjyukuliiolฟอกโลหิต ผrhลัดผิวขาวเอ่ยถึงมะoi';op'trho'edดันrthบพลันน้ำลายไหล เปรี้ยวจี๊ดจ๊าดขึ้นมาทันที kกล่าวได้ว่าเมื่อคิดถึงlio;;o;453หรือมองเห็นจำหน่ายเห็ดหลินจือ43มะดันจrhtะต้องนึกถึtloitltงความเปรี้ยวก่อนเป็นขั้นแรก จำหน่ายเห็ดหลินจือยิ่งอากาศเ5tryuย็นและลมioหนาวโชยมาเยือggtrreนรู้สึกคอแห้งและก็ไออยู่ด้วยแล้ว ก็เลยอยากio;ได้น้ำมะดันสักแก้วจิบให้ชุ่มชื่นคอ    มะ65ดันคือผลtlioio;ไม้แ563ล้วก็เครื่องปรุงที่มีรสเปรี้ยวคู่กับครัวไทย63มานrthาน มักนำผลi;oและก็ยอดอ่อน53442ปรุงแต่งรสegherhเปรี้ยวใio;56353นต้8eg53ม563563ยำrgerปลา ได้รส563จี๊ดชื่นชอบ บ้างก็เอาลูoop'ทำน้ำพริกมะดัน หfegrtgeรือของกินเก่าๆio;ค่อน453453โบราณก็พวกแกงเผ็ดมะดันi;oหมูย่างหรือเป็ดย่าง ส่วนยอดอ่อนก็นำไปจิ้มน้ำพริก แม้กระนั้นเดี๋ยวนี้การนำมะดันมrehgาปรุง43'o'อาหารลio;iดลง จะพบแค่เพียง9iนำมาทำมะดันแช่อิ่ม มะ;ดันจิ้มพริกi;เกลือหรือน้ำปลาหวาน  มะดันจั443453ดi;ฯลฯไม้คู่บ้านเมืองชาวไทยอีกชนิดrthw'ที่มักปลูกข้างบ้านขายเห็ดหลินจือ โดยยิ่งไปกว่านั้นบ้านi;ที่เป็นสวนo;คูน้ำหรืออยู่ติดชา563ย433i;น้ำtl8ul จะเห็นต้นมะi;ดันเจนตา คนในวัยบร443453รพบุรุษพวกเรio;าจึงมีเรื่อi;งมีราวเล่าส356365นุกสนานถึi853;65368396งความดื้อในวัย43เด็;i;กกับการเก็บrthมะดันมาiลิ้มรส563พืชที่มีรสเปรี้ยวแล้วก็เอามาปรุงแต่งรสดังเช่นว่ามะดันนั้นมีหลายสิ่งหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่น op'ตะลิงปลิง มะนาว มะนาวควาย มะงั่ว แตกต่างกันไปตามประ45เภทขrth3435องของกิน แม้กระนั้นเดี๋ยวนี้ขายเห็ดหลินจือคนไทยแบบใหม่ๆติดความเปรี้ยวของมะนาว เลยลิ้มรสเปรี้ยวของพืชอย่าง453อื่นแล้วไม่ถูกดวงใจ

Tags : จำหน่ายเห็ดหลินจือ,ขายเห็ดหลินจือ

5

ขายขมิ้นชัน ลักษณะของกล้วยเต่าต้นกล้วยเต่า จัดเป็นพรรณไม้พุ่มไม้ขนาดเล็ก มีความสูงได้ราวๆ 1 เมตร ตghmuiามกิ่งอ่อนมีขนอ่อนขึ้นปกคmk89ลุมอย่างหนา87แน่น ส่วนwsjn5ymกิ่งแก่จะเรียบเป็นสีน้ำตาล 56bjkเพio;i;าะพันธุ์ด้hjljวยวิธีการเพาะi;เม็ด เจริญวัยเจi;o;op;ริญในจำหน่ายขมิ้นชันดินร่kyวนคละเคล้าทรy;pou;าย ไม่ซับน้ำ ถูกใจแดดจัด มีเขต7การกระจายพันธุ์ในเวียดนามรวมทั้งลrkjาว ในประเทy7lulศไทยเจอกระจายชนิดทางภาค8kเrkjykykหนือ ภาคกลาง แy7lละก็ภา89p89;คทิศตะวันyk8tyklluilออululก โดยพบขึ้นใu8lนป่าดิบ ชายป่าtl979;rrหรือป่าโปร่ง ป่าเต็งรั78ol8lง บนulilพื้นที่สูงจากระgดับน้ำท7ol8ejะเลตั้งแต่ 100-350 เมตร1,2,3,4rต้นกล้วยเต่าใบกล้วยเต่า ใบเป็นใบผู้gyo;i;เrfk8ดียว ออกเรียงสลับในราบykเดียวกัน ลักษณะของใบy;oiเป็นรูปขอบขนานจนกระทั่งรูtjytkop/ปไข่กลัyบแกมรูปใบหอก ปลายใบแห8kลมหรือykuiมนและมีติ่งแหลoip';op'ม โคนใบมนหรือหยักเว้าน้อย แผ่ใบแคบ มีulขนาดกว้างu8l9uyk;ราว kyk2-5 เซนติเมตรจำหน่ายขมิ้นชันแล้วก็ยาวราว 5-13 เซนติเrkuม9lตร {หลัง|ข้างหลัykuk;บเป็rlk97lนสีเขียวเข้มเกลี้ยงเป็นมัน ส่วนท้องใบมีขนkj.lk.แล้วก็มีสีจาjtjงกว่า เส้นแขนejr68kงใบมีข้างละ 7-10 เส้น ก้านใบสั้น trkukuiมีความยาวได้เพียงแi;ค่ 3 7uiu;lku8lมิลลิเมตร drkrjyfut7แล้9lวก็มีขนสีเหลืองอ่อนขึ้นห89;l;นาแน่นดอกdekjktrjjulกล้วยเต่า ออกเป็นดอกโดดเrkl76ดี่ยวขนาดเล็ก7tlyuki8yตามง่ามใบ ก้านดอกสั้น ดอกเป็นสีเหi;ลืองykอ่อน กลีบ ดอกเรียงสลับกันมี 2 ชั้น ชั้นละ 3 กลีบ รูปแบบของ89lขายขมิ้นชันกลีบเป็rk78lนรูปไข่หรือรูปไข่ปนรูปใบหอก ปลายมน มีขนาดกว้uyllางราวๆrkloi;ul 4 มิลลิเมตร แล้วก็ยาวราวๆ 5-8 มม. rlt7ltภา98l89lยนอกกลีบมีขนละเอีย7lดสีเหลืtrluk89lองอ่อน ส่วนกลีบเลี้ยงt7l8y9lดอกมีขนาดเล็กio;และมี 3 กลีบ ลักษtkl8y9ณะเป็นรูปสามเหลี่ยมกลายๆมีขนาดกว้างio;รrวdkiulมทั้งยาวโดยประมาณ8l 2 มิลลิเมตรesjkขายขมิ้นชัน ภายนอกมีขi;7lk8l9อ่อนนุ่ม ดอกมีเ;9;0;กสรเพศผู้มากมายอยู่บนdkryfศูนย์กลางของดอก

Tags : ขายขมิ้นชัน,จำหน่ายขมิ้นชัน,ขายขมิ้นชัน

6

ขายกระชายดำ แคนตาลูป (Cantaloupe) หรือ “แตงแคนตาลูป” แคนตาลูป ชื่อuy,iu,.วิทยาศาสตร์ คือ “Cucumis melo L. varerkjuuili;. cantaloupensis” คือผลไม้เพื่อสุejyuklu.lขภาพประเภทหนึ่งuyl.io.io/.ที่มีต้นกำเนิดมาจwsrhjtyykuากปรuuiliะเทศอินเดีย แม้กระนั้นมีผู้นำผลไม้ปkykukukระเภทนี้ไปปลูi;กที่ประเทศอิตาลีในเมือง “แคนตาลูโป (Cantalupu)” ซึ่งอยู่ใกล้กับกรุงโรมจำหน่ายกระชายดำจึงเป็oi;op'นสิ่งที่lio;op'ทำให้เกิดชื่อผลไม้rkuioประเภทจำหน่ายกระชายดำนี้ โดยผลไม้ปร[ppะเภทนี้ได้นำเข้าyjkyuloi;มาในประเทศไทยเมื่อ wejพ.ศ.2478 โดยปลูกrjyukuililทีแรกที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่ประสบคululวามสำเร็จ จนได้มีการเอามาทดลองปลูกที่มหาวิทulio'o'[ยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ปรากฏว่าได้ผลดี โดยแหล่งปลูกแคนตาลูปที่สำคัญulของประเทศในปัจจุบันuykluilอยู่ที่ อำเภอไพรulประเทศ จังหวัดสระแก้ว อำเภอไทykuiluรโยค จังหวัดกาญจนบุรี จังหrjyukuiklวัluดเชียงใหม่ และจังหวัดกรุงเtrjyukulทพมหานครผลแคนตาลูปจะมีลักษณะคล้ายกัi;op';p['บแตงไทยบ้านพวกเรา คนไทยก็เลยนิยมเรีp['p[ยกulกันว่า แตงเทศ, แตงฝรั่ง, แตงไทยฝรั่ง โดยรูปulululแบบของผลจะกลม ผิวมีสีเขียว เหลือulululง ขาว น้ำตาลคล้ำขายกระชายดำ ทั้งนี้จะขึ้นกัulบulสายพันธุ์นั้นๆเป็นหลัก ผิวขluluองผลจะหulยาบ เปuลือกแข็ullง มีร่อง'p['ลึกรอบๆผล เปลือกจะมีลายเหมือนร่างแหหรือตาข่ายul เมื่อสุกแulนื้อข้างในจะมีสีส้มหulสีจำปา รtjyukuชาติออกหวullาน มีกลิ่นหอมยวนใจ แต่ว่าถ้าจะululนำมาทำน้ำแคนตาลูป ชี้แนะว่าควรที่จะเpp'อกแคนตาลูปที่กำลังสุกพอดี ถ้าอ่อนมากเกินความจำเป็นจะไม่มีกลิ่นหอมยวนใจ แม้กระนั้นถ้าสุกมากเกินuliululความจำp['เป็นเมื่อทดลองขย่าดูเหมือนจะมีน้ำอ8k79k8liopยู่ภายใน ยิ่งเสียงน้ำมากเท่าไหร่แปลว่ายิ่งสุกมากแค่นั้น และก็ให้เลือกผลขนาดลางน้ำหนักโดยประมาณ 1 กก.ขายกระชายดำ โดยเลือกผิวที่เรียบตึง ไม่เป็นรอยหยักหรือเลือกที่เป็tkuiol;i;rejt77นสีนวลเสมือนเปลือกไข่ก็ใช้ได้

Tags : ขายกระชายดำ,จำหน่ายกระชายดำ,ขายกระชายดำ

7


ราชพฤกษ์

คูน ประโยชน์รวมทั้งคุณประโยชน์ของคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์
ประวัติดอกราชพฤกษ์
           ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน เป็นต้นไม้พื้นบ้านของทวีปเอเชียใต้ ตั้งแต่ประเทศปากีสถาน อินเดีย ประเทศพม่า และศรีลังกา โดยนิยมปลูกกันมากมายในเขตร้อน สามารถเจริญเติบโตเจริญใน และเป็นที่รู้จักในประเทศไทยมาหลายสิบปี โดยมีการเสนอให้ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทยตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2506 แต่ว่าก็ยังไม่ได้บทสรุปกระจ่าง จวบจนกระทั่งมีการลงชื่อให้เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย ช่วงวันที่ 26 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2544
ดอกไม้ประจำชาติไทย
           เพราะเหตุว่า ต้นราชพฤกษ์ ออกดอกสีเหลืองชูช่อ มองสง่างาม ทั้งยังมีสีตรงกับ สีประจำวันพระราชการบังเกิดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ก็เลยถูกตั้งชื่อว่าเป็น "ต้นไม้ของในหลวง" แล้วก็มีการลงนามให้ต้นราชพฤกษ์ ยอดเยี่ยมใน 3 สัญลักษณ์ประจำชาติไทย โดยมี 1. ช้าง เป็นสัตว์ประจำชาติไทย 2. ศาลาไทย เป็นสถาปัตยกรรมประจำชาติไทย และ 3. ดอกราชพฤกษ์ เป็นดอกไม้ประจำชาติไทย
เหตุผลเลือกเป็นดอกไม้ประจำชาติไทย

  • เพราะเป็นต้นไม้พื้นบ้านที่รู้จักกันอย่างล้นหลาม รวมทั้งมีอยู่ทุกภาคของเมืองไทย
  • มีประวัติเกี่ยวข้องกับจารีตประเพณีสำคัญๆในไทยและฯลฯพืชที่มีความเป็นสิริมงคลที่นิยมนำมาปลูก
  • ใช้ประโยชน์ได้มากมาย ตัวอย่างเช่น ใช้เป็นยารักษาโรค ทั้งยังยังใช้ลำต้นเป็นเสาเรือนได้ ฯลฯ
  • มีสีเหลืองแพรวพราว พุ่มสวยเต็มต้น เปรียบเทียบเป็นสัญลักษณ์แห่งพุทธศาสนา
  • แก่ยืนนาน และก็แข็งแรง


คูน หรือ ราชพฤกษ์ (Golden Shower, Indian Laburnum) เป็นพืชสมุนไพรจำพวกยืนต้นขนาดกลางถึงขั้นใหญ่ ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆยกตัวอย่างเช่น ภาคเหนือเรียก ราชพฤกษ์, ต้นลมแล้ง หรือชัยพฤกษ์ ส่วนจังหวัดปัตตานีเรียก ลักเคย หรือลักเกลือ และกะเหรี่ยง-จังหวัดกาญจนบุรีเรียก กุเพยะ ฯลฯ ซึ่งเป็นพืชสมุนไพรท้องถิ่นของเอเชียใต้ไปจนกระทั่งอินเดีย ศรีลังกา แล้วก็ประเทศพม่า รวมถึงคูนหรือราชพฤกษ์นี้ยังเป็นดอกไม้ประจำชาติของไทยอีกด้วย
————– advertisements ————–
การรักษา
           แสง : ต้องการแสงแดดจัด หรือที่โล่งแจ้ง และก็เจริญเติบโตเจริญในเป็นพิเศษ
           น้ำ : ชอบน้ำน้อย ควรรดน้ำ 7-10 วันต่อครั้ง สามารถทนกับสภาพภูมิอากาศร้อนเจริญ
           ดิน : สามารถเจริญวัยเจริญในดินที่ร่วนซุย ดินร่วนซุยผสมทราย หรือดินเหนียว
           ปุ๋ย : นิยมให้ปุ๋ยหมัก หรือ ปุ๋ยธรรมชาติ ในอัตรา 2-3 กก.ต่อต้น และควรจะให้ปุ๋ยปีละ 3-4 ครั้ง
ดอกราชพฤกษ์ ดอกไม้ประจำชาติไทย
การขยายพันธุ์
           วิธีขยายพันธุ์ต้นราชพฤกษ์ที่นิยมหมายถึงการเพาะเมล็ด โดยใช้เมล็ดใหม่ๆมาขลิบด้วยกรรไกรตัดเล็บ แต่ว่าต้องเลือกขลิบบริเวณด้านป้าน เพราะเหตุว่าด้านแหลมจะมีต้นอ่อนอยู่ หลังจากนั้นนำไปแช่น้ำสะอาดทิ้งเอาไว้ข้ามวัน แล้วก็ค่อยเทน้ำออกให้เหลือปริมาณพอหล่อเลี้ยงเมล็ดได้ แล้วต่อจากนั้นทิ้งเอาไว้อีกคืนก็จะพบรากแตกหน่อ และสามารถนำลงปลูกได้เลย
ความเลื่อมใสเกี่ยวกับต้นราชพฤกษ์
           เชื่อว่าฯลฯพืชที่มีความเป็นสิริมงคล ที่ควรปลูกไว้ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ และก็ถ้าหากปลูกเอาไว้ภายในบ้านจะช่วยทำให้มีเกียรติขั้น ศักดิ์ศรี และก็เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางไสยเวท โดยใช้ใบทำน้ำมนต์สะเดาะเคราะห์ เนื่องจากว่าเป็นพืชที่มีความมงคลนาม
ลักษณะทั่วไปของคูน
สำหรับต้นคูนนั้นจัดว่าเป็นไม้ใหญ่ขนาดกลาง โดยลำต้นมีสีน้ำตาลอมเทา มักขึ้นตามป่าผลัดใบ หรือในดินซึ่งสามารถถ่ายเทน้ำก้าวหน้า ส่วนใบจะมีสีเขียววาว โคนมน เนื้อใบหมดจดรวมทั้งบาง ดอกจะออกเป็นช่อ มีกลีบรูปทรงไข่กลับอยู่ 5 กลีบ และมองเห็นเส้นกลีบชัดแจ้ง ฝักอ่อนมีสีเขียวและจะเป็นสีดำเมื่อแก่จัด แล้วก็ในฝักจะมีฝาผนังเยื่อบางๆกันเป็นช่องๆอยู่ตามแนวขวางของฝัก และภายในช่องพวกนี้จะมีเมล็ดสีน้ำตาลแบนๆอยู่
ต้นคูน หรือ ต้นราชพฤกษ์
คุณประโยชน์แล้วก็สรรพคุณของคูน
ใบ – ช่วยฆ่าพยาธิผิวหนัง ฆ่าเชื้อโรคต่างๆช่วยระบายท้อง สามารถใช้พอกแก้อาการปวดข้อ หรือแก้ลมตามข้อ รวมทั้งช่วยแก้โรคอัมพาตของกล้ามเนื้อบนใบหน้า หรือนำไปต้มรับประทานแก้เส้นทุพพลภาพ รวมทั้งโรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับสมอง ให้รสเมา
ดอกราชพฤกษ์ – ช่วยระบายท้อง แก้ไข้ แก้พรรดึก (ท้องผูก) รวมทั้งโรคกระเพาะของกิน และแผลเรื้อรัง ให้รสขมเปรี้ยว
ราก – ช่วยสำหรับเพื่อการทำลายเชื้อโรคกุฏฐัง ระบายพิษไข้ แก้ขี้กลากหรือเกลื้อน แก้อาการเซื่องซึมหนักบริเวณหัว แล้วก็ช่วยถ่ายสิ่งสกปรกเปรอะเปื้อนออกจากร่างกาย แก้อาการหายใจขัด ทำให้ชุ่มชื่นกระชุ่มกระชวยอก แก้อาการไข้ ไปจนกระทั่งรักษาโรคหัวใจ ถุงน้ำดี มีฤทธิ์ถ่ายแรงกว่าเนื้อในฝัก สามารถใช้ได้กับเด็กหรือสตรีท้อง ไม่มีผลข้างเคียงอะไรก็ตามให้รสเมา
แก่น – ช่วยสำหรับการขับพยาธิไส้เดือน ให้รสเมา
กระพี้ – ช่วยแก้โรครำมะนาด ให้รสเมา
เนื้อในฝัก – ใช้พอกเพื่อช่วยแก้อาการปวดข้อ แก้ต้นตานขโมย ปรับปรุงแก้ไขมาลาเรีย แก้บิด ถ่ายพยาธิ หรือผู้ที่มีลักษณะท้องผูกเรื้อรัง รวมถึงถ่ายเสมะและแก้พรรดึก (ท้องผูก) ไปจนกระทั่งระบายพิษไข้ สามารถใช้ได้ในเด็กและสตรีมีครรภ์ ไปจนถึงเป็นยาระบายที่ไม่ทำให้ปวดมวนหรือไข้ท้อง ให้รสหวานเอียน
เปลือกฝัก – ทำให้แท้งลูก ทำให้อาเจียน รวมทั้งขับเกลื่อนกลาดที่ค้างอยู่ออกมา ให้รสเฝื่อนฝาดเมา
เมล็ด – ทำให้อาเจียน ให้รสเฝื่อนเมา
เปลือกต้น – ช่วยแก้อาการท้องเดิน ใช้ฝนผสมกับต้นหญ้าฝรั่น น้ำดอกไม้เทศ และก็น้ำตาล รับประทานเพื่อเกิดลมเบ่ง ให้รสฝาดเมา
เปลือกราก – ช่วยแก้ไข้ไข้จับสั่น และก็ระบายพิษไข้ ให้รสฝาด
ดอกคูน หรือ ดอกราชพฤกษ์
ต้นคูนมักนิยมปลูกเป็นไม้ประดับในพื้นที่เขตร้อนและก็กึ่งเขตร้อน สามารถเติบโตเจริญในที่โล่งแจ้ง และก็ปลูกได้ง่ายในดินซึ่งร่วนซุย ดินร่วนซุยผสมทราย หรือดินร่วนซุยเหนียว รวมถึงยังทนต่อลักษณะอากาศแล้งรวมทั้งดินเค็มก้าวหน้า แต่แม้อากาศหนาวจัดอาจทำให้ติดเชื้อโรคราหรือโรคใบจุดได้http://www.disthai.com/

8

ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSAE-CAESALPINIOIDEAE
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cassia fistula L.
ชื่อสามัญ : Golden shower, Indian laburnum, Pudding-pine tree
ชื่อประจำถิ่นอื่น : ลมแล้ง (ภาคเหนือ) ; ปูโย, เปอโซ, ปือยู, แมะหล่าหยู่ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) ; คูณ (ภาคกลาง, ภาคเหนือ) ; ชัยพฤกษ์, ราชพฤกษ์ (ภาคกึ่งกลาง) ; กุเพยะ (กะเหรี่ยง-กาญจนบุรี)
จำพวกนี้ตำราเรียนหลังเล่มเสนอ ชื่อใหม่เป็นเพียงระดับประเภทย่อยหมายถึงCassia javanica L.subsp javanica K.& S.S .Larsen พืชจำพวกนี้เป็นไม้ต้นขนาดเล็ก ถึงขนาดกึ่งกลาง สูงได้ถึง ๑๕ เมตร เมื่อลำต้นอย่างอ่อนอยู่มีน้ำแข็งที่เกิดขึ้นมาจากกิ่งแก่ที่ร่วงหล่นไป แต่เมื่อต้นอายุมากขึ้นจะหายไป ลำต้นไม่เป็นปุ่มปม ใบเป็นใบประกอบแบบขนนกเรียงสลับกัน มีใบย่อย ๕-๑๕ คู่ ก้านใบยาว ๑.๕-๔ ซม. ศูนย์กลางใบยาว ๒๐-๓๐ เซนติเมตร ใบย่อยรูปไข่ปนรูปมูลหรือรูปขอบขนาน กว้าง ๑.๕-๓ เซนติเมตร ยาว ๒-๕ ซม. ปลายใบกลมหรือมน โคนใบกลม ใต้ใบมีขนละเอียดอยู่เอนราบกับผิวใบ ก้านใบย่อยสั้นมาก ดอกออกเป็นช่อตามกิ่ง ก้านช่อดอกใหญ่และก็แข็ง ไม่แตกแขนง ยาว ๕-๑๖ ซม. เมื่อเริ่มบานมีสีชมพูแล้ว กลายเป็นสีแดงเข้ม เมื่อใกล้โรยกลายเป็นสีออกขาว ดอกย่อยมีก้านเรียวยาว ๓-๕ ซม.ราชพฤกษ์ มีกลีบเลี้ยงมี สีแดงเข้มถึงสีแดงอมน้ำตาล รูปไข่ ปลายแหลม ยาว ๗-๑๐ มม.กลีบดอกรูปไข่กลับ กว้าง ๗-๘ มม. ยาว ๒๕-๓๕มม. โคนกลีบเป็นก้านยาวราว ๓ มิลลิเมตร  เกสรเพศผู้มี ๑๐ อัน ขนาดยาวแตกต่างกัน รังไข่เรียว ขนปกคลุมบางๆผลเป็นฝักรูปกระบอกขนาดวัดผ่าศูนย์กลางราม ๑-๑.๕ เซนติเมตร ยาว ๒๐-๖๐ ซม. แขวนลงมาจากกิ่ง ฝักแก่สีดำ สะอาด ไม่มีขน ไม่แตก มีเมล็ดจำนวนไม่ใช่น้อย รวมทั้งรูปแบนเกือบจะกลม สีน้ำตาลเป็นเงา
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้นไม้ (T) สูงราวๆ 5-15 เมตร เปลือกต้นเรียบ เกลี้ยง สีเทาอ่อนหรือสีเทาอมน้ำตาล สีเทาอมขาว หรือสีนวล
ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ใบเรียงสลับ ลักษณะใบย่อยรูปไข่ ปลายใบแหลม ขอบของใบเรียบ โคนใบมน แผ่นใบสีเขียว มีใบย่อยราวๆ 4-12 คู่
ดอก มีดอกเป็นช่อแบบช่อกระจะ เป็นช่อห้อยระย้าออกตามกิ่งหรือออกตามง่ามใบ มีดอกแบบสมมาตรข้างๆ มีกลีบดอก 5 กลีบ สีเหลืองสด โดยกลีบดอกไม้บนสุดจะเรียงอยู่รอบในสุด ดอกมีกลิ่นหอมสดชื่นอ่อนๆ
ผล เป็นฝักกลม ทรงกระบอกยาว ผิวเรียบ และก็มีเปลือกแข็ง ด้านในมีฝาผนังแบนสีน้ำตาล กั้นเป็นห้องแล้วก็มีเมล็ดห้องละ 1 เมล็ด ผลอ่อนจะมีสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลเข้ม หรือดำ
เมล็ด มีเนื้อห่อนุ่มๆสีน้ำตาลไหม้ หรือสีดำ ลักษณะกลมมนรวมทั้งแบน มีรสหวาน
นิเวศวิทยา
ขึ้นตามป่าเบญจพรรณแล้งทั่วๆไป มีมากมายทางภาคเหนือ นิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับและก็ปลูกข้างถนนเพื่อความสวยสดงดงาม
การปลูกและขยายพันธุ์
ปลูกง่ายและก็เจริญวัยได้ในดินดูเหมือนจะทุกจำพวก แม้กระนั้นจะถูกใจดินร่วนคละเคล้าทราย เพาะพันธุ์ด้วยการเพาะเม็ดและก็ตอนกิ่ง

ประโยชน์ทางยา
รสและก็สรรพคุณในตำรายา
ราก รสเมา เป็นยาบำรุง รักษาโรคเกี่ยวกับหัวใจ โรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับถุงน้ำดี เป็นยาถ่ายอย่างแรง รักษาอาการไข้ ระบายพิษไข้ ถ่ายสิ่งโสโครกออกจากร่างกาย ฆ่าเชื้อโรคโรคกุฏฐัง แก้กลากโรคเกลื้อน แก้อาการเซื่องซึม หนักหัว
เปลือกราก รสฝาด ต้มดื่มแก้ไข้มาลาเรียรวมทั้งระบายพิษไข้ ใช้ร่วมกับเนื้อในฝักเป็นยาแก้ไข้ไข้มาลาเรียรวมทั้งเป็นยาระบาย
แก่น รสเมา ใช้เป็นยาขับพยาธิไส้เดือน รักษาอาการท้องเดิน รวมทั้งช่วยเร่งคลอด
ราชพฤกษ์เปลือกต้น รสฝาดเมา ใช้เป็นยาช่วยรีบคลอด รักษาอาการท้องเสีย
กระพี้ รสเมา ใช้แก้รำมะนาด
ฝัก เนื้อในฝักรสหวานเอียน ใช้กินเป็นยาระบาย ช่วยบรรเทาอาการแน่นหน้าอก ฟอกหรือชำระน้ำดี แก้ลมเข้าข้อรวมทั้งขัดข้อ
เปลือกฝัก รสฝาดเมา ทำให้แท้งลูก ขับเกลื่อนกลาดที่ค้าง และทำให้คลื่นไส้
ใบแก่ รสเมา ใบสดหรือตากแห้ง ใช้เป็นยาถ่าย รักษาอัมพาต ฆ่าเชื้อโรคทั้งปวง ฆ่าพยาธิผิวหนัง รักษาอัมพาตของกล้ามเนื้อบนบริเวณใบหน้า พอกแก้ปวดข้อ หรือต้มน้ำกินแก้โรคที่เกิดขึ้นและมีปัญหาเกี่ยวกับสมอง แก้เอ็นพิการ
ใบอ่อน รสเมา ตำพอกหรือคั้นเอาน้ำทารักษาโรคขี้กลากโรคเกลื้อน แก้ไข้รูมาติก
ดอก รสเปรี้ยวขม ใช้รักษาโรคกระเพาะอาหาร เป็นยาถ่ายพยาธิ ต้มดื่มแก้ไข้ แก้แผลเรื้อรัง ช่วยหล่อลื่นในไส้ ระบายท้อง
เม็ด ช่วยกระตุ้นให้อ้วก เป็นยาถ่าย
[url=http://www.disthai.com/16488365/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B9%8C]ราชพฤกษ์[/url] แนวทางรวมทั้งจำนวนที่ใช้
แก้ท้องผูก โดยการเอาเนื้อในฝักแก่หนักราวๆ 5-10 กรัม ต้มกับน้ำ 500 ซีซี ใส่เกลือบางส่วน ดื่มก่อนนอนหรือตอนเช้าก่อนอาหาร เป็นยาระบายที่เหมาะสำหรับท้องผูกเป็นประจำ รวมทั้งสตรีตั้งครรภ์ก็ใช้ฝักคูณเป็นยาระบายได้
รักษาโรคกระเพาะอาหาร โดยใช้ฝักราวๆ 30 กรัม ผสมน้ำ 100 ซีซี ต้มให้เดือดและเหลือน้ำ 50 ซีซี ดื่มให้หมดครั้งเดียว วันละ 3 ครั้ง http://www.disthai.com/

9

ทับทิม
ทับทิม ชื่อสามัญ Pomegranate
ทับทิม ชื่อวิทยาศาสตร์ Punica granatum L. จัดอยู่ในวงศ์ตะแบก (LYTHRACEAE)
ทับทิม เป็นผลไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิหร่านทางตอนใต้ของอัฟกานิสถาน ผลไม้ชนิดนี้จะชอบอากาศหนาวเป็นพิเศษ ยิ่งหนาวมากเท่าไหร่ เนื้อทับทิมนั้นจะมีสีแดงเข้มมากขึ้นเท่านั้น และยังเป็นผลไม้มงคลของคนจีนอีกด้วย ด้วยความที่ทับทิมมีเมล็ดมากจึงสื่อความหมายถึงการมีลูกชายมาก ๆ ด้วยนั่นเอง โดยกิ่งใบของทับทิมก็นำมาใช้ในพิธีการต่าง ๆ ที่มีน้ำมนต์ในการประกอบพิธีหรือนำมาใช้พรมน้ำมนต์เพราะเชื่อว่ามีไว้ติดตัวจะช่วยในเรื่องการคุ้มครองจากภัยอันตรายต่าง ๆ ได้ด้วย
ทับทิมยังถือว่าเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ โดยประโยชน์ของทับทิมและสรรพคุณของทับทิมนั้นมีมากมาย ด้วยทับทิมนั้นเป็นผลไม้ที่มีรสหวานออกเปรี้ยว น้ำทับทิมจึงมีวิตามินซีสูงและยังประกอบด้วยเกลือแร่ต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จึงช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระได้เป็นอย่างดี และนอกจากนี้ยังมีสรรพคุณเป็นยารักษาโรคได้อีกด้วย อย่างเช่น บรรเทาอาการของโรคหัวใจ รักษาความดันโลหิตสูง ช่วยลดสภาวะการแข็งตัวขอเลือด รักษาโรคท้องเดิน โรคบิด เป็นต้น
ประโยชน์ของทับทิม
ช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายและช่วยในการชะลอวัย
น้ำทับทิมมีคุณสมบัติช่วยให้ผิวหน้าเต่งตึง ด้วยการนำน้ำทับทิมประมาณ 1 ช้อนชามาทาทิ้งไว้บนใบหน้าประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก
น้ำทับทิมช่วยเพิ่มความสดชื่น แก้กระหาย คลายร้อนได้เป็นอย่างดี
ช่วยระงับกลิ่นปากได้อีกด้วย
ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง บรรเทาอาการหวัด
ช่วยปกป้องผิวของคุณจากแสงแดด
ทับทับมีวิตามินซีสูงมาก และยังมีวิตามินเอ วิตามินอี และกรดโฟลิกอีกด้วย
ใบทับทิมใช้ในการประกอบพิธีต่าง ๆ ที่ใช้น้ำมนต์ในการประกอบพิธี
ช่วยบรรเทาอาการแพ้ท้องในหญิงตั้งครรภ์
ช่วยในการปรับฮอร์โมนวัยหมดประจำเดือน
ช่วยป้องกันโรคความจำเสื่อมในผู้สูงอายุ
ช่วยในการบำบัดอาการของโรคเบาหวาน
ช่วยบำรุงสายตา แก้อาการตาอักเสบ
น้ำต้มเปลือกทับทิมช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้
ช่วยบรรเทาอาการของโรคหัวใจ ด้วยการช่วยเสริมสุขภาพหัวใจให้ดียิ่งขึ้น
ช่วยป้องกันโรคเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยบำรุงสุขภาพฟันให้แข็งแรง
ช่วยส่งเสริมสุขภาพกระดูกให้แข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
ช่วยลดความดันโลหิตสูง
ช่วยส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือด
ช่วยในการฟอกไตและท่อปัสสาวะ
ช่วยลดสภาวะการแข็งตัวของเลือดจากไขมันในเลือดสูง
มีฤทธิ์ในการต่อต้านเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
ช่วยแก้อาการระดูขาว ตกเลือด
ช่วยบำรุงสุขภาพตับให้แข็งแรง
มีส่วนช่วยบำรุงและต่อต้านอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ด้วย
เปลือกทับทิมสามารถรักษาโรคท้องเดินและโรคบิดได้ เพราะมีสารในกลุ่มแทนนินอยู่ในปริมาณมาก
เปลือกทับทิมมีสรรพคุณช่วยลดการอักเสบ
เปลือกผลช่วยรักษาแผลหิด กลากเกลื้อน
เปลือกของทับทิมช่วยต้านการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ
ยาต้มจากเปลือกผลช่วยรักษาอาการอุจจาระร่วงได้ โดยช่วยลดจำนวนครั้งในการขับถ่ายและทำให้ระยะเวลาเริ่มถ่ายครั้งแรกนานขึ้น

เปลือกต้นและเปลือกรากของทับทิมสามารถใช้เป็นยาขับพยาธิตัวตืดและพยาธิตัวกลมได้เป็นอย่างดี ด้วยการนำเปลือกของรากและต้นที่ยังสด ๆ ประมาณครึ่งกำมือ เติมกานพลูลงไปเล็กน้อยเพื่อแต่งรส นำมาต้มกับน้ำ 3 ถ้วยแก้ว เคี่ยวจนเหลือถ้วยครึ่ง แล้วนำมารับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ หลังจากนั้น 2 ชั่วโมงจึงรับประทานยาถ่าย เช่น ดีเกลืออีก 2 ช้อนโต๊ะตามไปอีกครั้งหนึ่ง
ดอกทับทิมใช้ห้ามเลือดได้ ด้วยการนำดอกแห้งมาบดให้ละเอียดแล้วนำมาทาหรือโรยใส่บริเวณบาดแผล
ดอกทับทิมช่วยแก้อาการหูชั้นในอักเสบ
ใบของทับทิมสามารถนำมาอมกลั้วคอหรือทำเป็นยาล้างตาก็ได้
ทับทิมช่วยลดปัญหาผมร่วง ด้วยการนำยาพอกที่ได้จากใบ แล้วนำมาพอกหนังศีรษะ
ชาวอินเดียนำน้ำคั้นจากผลทับทิมและดอกของทับทิมมาปรุงเป็นยาธาตุ สมานลำไส้ บำรุงหัวใจ
ทับทิมช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็งได้มากกว่า 13 ชนิด โดยช่วยให้เซลล์มะเร็งไม่เพิ่มจำนวนขึ้น เช่น มะเร็งผิวหนัง มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ เป็นต้น
ช่วยในการทำลายเซลล์มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่
คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อ [url=http://www.disthai.com/16488281/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A1]ทับทิม[/url] ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 83 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 18.7 กรัม
ประโยชน์ของทับทิมน้ำตาล 13.67 กรัม
เส้นใย 4 กรัม
ไขมัน 1.17 กรัม
โปรตีน 1.67 กรัม
วิตามินบี 1 0.067 มิลลิกรัม 6%
วิตามินบี 2 0.053 มิลลิกรัม 4%
วิตามินบี 3 0.293 มิลลิกรัม 2%
วิตามินบี 5 0.377 มิลลิกรัม 8%
วิตามินบี 6 0.075 มิลลิกรัม 6%
วิตามินบี 9 38 ไมโครกรัม 10%
โคลีน 7.6 มิลลิกรัม 2%
วิตามินซี 10.2 มิลลิกรัม 12%
วิตามินอี 0.6 มิลลิกรัม 4%
วิตามินเค 16.4 ไมโครกรัม 4%
ธาตุแคลเซียม 10 มิลลิกรัม 1%
ธาตุเหล็ก 0.3 มิลลิกรัม 2%
ธาตุแมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม 3%
ธาตุแมงกานีส 0.119 มิลลิกรัม 6%
ธาตุฟอสฟอรัส 36 มิลลิกรัม 5%
ธาตุโพแทสเซียม 236 มิลลิกรัม 5%
ธาตุโซเดียม 3 มิลลิกรัม 0%
ธาตุสังกะสี 0.35 มิลลิกรัม 4%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ http://www.disthai.com/

10

เห็ดหลินจือ
สปอร์เห็ดหลินจือแดง-ส่วนที่มีคุณค่าที่สุดของเห็ดหลินจือ
เมื่อ ค.ศ 2005 บริษัทของพวกเรามีจุดเริ่มแรกขึ้นจากสิ่งที่ต้องการหาสมุนไพรประสิทธิภาพสูงจากในหลายประเทศ ตราบจนกระทั่งเราพบแล้วก็มีส่วนร่วมกับบริษัทยยาของรัฐบาลจีน แล้วก็ได้ นำเข้าสปอร์เห็ดหลินจือคุณภาพสูงนับจากนั้นมา
นับ 10 กว่าปี ที่พวกเราเป็นผู้ก่อตั้ง และเป็นผู้นำในด้านสปอร์เห็ดหลินจือแดงประสิทธิภาพสูง คุณภาพเป็นหัวใจสำคุณของพวกเรา สปอร์เห็ดหลินจือของพวกเรา จะถูกคัดสรรอย่างดีก่อนถึงมือบริโภค เห็ดหลินจือแดงที่พวกเรานำเข้ามา ถูกเพาะด้วยวิธีละเอียดลออ ทำให้ได้ตัวดอกเห็ดที่มีขนาดใหญ่มากกว่า
พวกเราตั้งใจรวมทั้งพิจารณาประสิทธิภาพในทุกกรรมวิธีการผลิตอย่างใกล้ชิด และก็ด้วยขั้นตอนการผลิตที่ดูแลอย่างยอดเยี่ยม ทำให้เราได้รับการยืนยันมาตฐาน GMP (GOOD Manufacturing Practice) ทุกล็อตที่พวกเราผลิตออกมา จะได้รับการตรวจคุณภาพจากห้องแล็ปในโรงหมอ
เพื่อประโยชน์สูงสุดของท่านผู้ที่กำลังหาผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือมารับประทาน
งานศึกษาเรียนรู้วิจัยรับรองว่าการรับประทานสปอร์เห็ดหลินจือจะได้ประสิทธิภาพที่ดีมากยิ่งกว่าการทานดอก เนื่องมาจากสปอร์มีสารออกฤทธิ์สำคัญมากกว่าแล้วก็สปอร์ที่ถูกกระเทาะนั้น เปลือกจะต่อต้านโรคมะเร็ง และเสริมภูมิคุ้มกันได้ดีมากว่า เทียบกับแบบมิได้กระเทาะเปลือก
ที่พลาดไม่ได้ที่สุดเป็น.....
ท่านๆสามารถบริโภคเห็ดหลินจือได้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาที่นานๆโดยปลอดภัยใด อีกกด้วย เห็ดหลินจือมีมากว่า 100 สายพันธุ์แต่สายพันธุ์ที่มีสรรพคุณทางยาดีเยี่ยมที่สุดเป็นเห็ดหลินจือแดง ด้วยเหตุว่าสายพันธุ์นี้จะมีสารออกฤทธิ์กลุ่ม Polysaccharide อยู่เป็นอย่างมากที่สุด
ส่วนท่านที่กำลังเลือกซื้อเห็ดหลินจือออกมาขายในท้องตลาดรูปแบบต่างๆมากมายก่ายกอง ทั้งในต้นแบบดอกอบแห้ง แคปซูล น้ำเห็ดหลินจือ กาแฟเห็ดหลินจืออื่นๆอีกเยอะแยะ
โดยเหตุนี้การจะเลือกซื้อเห็ดหลินจือให้ได้แบบที่มีคุณภาพดี ต้อง......
มองตั้งแต่กระบวนการผลิต ว่าตัวเห็ดหลินจือนั้นได้รับการเลี้ยงที่สมควรหรือปล่าว เนื่องจากการควบคุมอณหภูมิ ความชื้น สารอาหาร แล้วก็กระบวนการแปลรูปล้วนส่งผลต่อจำนวนสาระสำคัญในตัวเห็ดหลินจือ บรรจุภัณฑ์ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะเหตุว่าเห็ดหลินจือจะขึ้นราได้ง่ายเมื่อโดนความชื้อ ดังนั้นตัวบรรจุภัณฑ์ควรต้องเลือกเป็นขวดที่กันความชื้อก้าวหน้าอีกด้วย
เห็ดหลินจือกับประโยชน์ต่อร่างกาย
เห็ดหลินจือ (Lingzihi หรือ  REISHI)มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า กาโนเดอร์ มา ลูซิดัม (Ganoderma Lucidum) เป็นเห็ดที่มีขนาดใหญ่ มีสีเข้มมีผิวมันวาว มีลักษณะเหมือนไม้ และมีรสขม มีประวัตศาสตร์ช้านานในการใช้เห็ดหลินจือ เพื่อรักษาหรือบำรุงสุขภาพในประเทศแถบเอเซีย โดย เฉพาะจีนและประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเชื่อว่าสารประกอบด้านในเหลืดหลินจือมีคุณค่าต่อสภาพทางด้านร่างกาย
ในเห็ดหลินจือมีสารอาหารที่อาจส่งผลดีต่อร่างกายมากมายก่ายกอง พวกเส้นใยต่างๆโปรตีนคาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินแล้วก็แร่บางจำพวก เชเนแคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัสแมกนีเซียม เซเลเนียม ธาตุเหล็ก สังกะสี มองดูแดง สารโมเลกุลชีวภาพที่สำคัญ เย่างสเตียรอยด์(Steroids) เทอร์ป่ายปีนอยด์ (Terpenoide) นิวคลีโอไทด์ (Nucleotides) ไกลวัวโปรตีน (Glycoproteins)พอลิแซ็กคาไรค์ (Polrsacchayides) รวมทั้งสารอนุพันธ์อื่นๆโดยยิ่งไปกว่านั้นกรดอะมิโนไลซีน (Lysine) รวมทั้งลิวซีน (Leucine)โดยเหตุนี้ มีบางบุคคลหรือในบางวัฒนธรรมนำเห็ดหลินจือมาทำอาหารรวมทั้งดัดแปลงเพื่อการบริโภคอย่างนานาประการ นักวิทยาศาสตร์ก็เลยมีความสนใจรวมทั้งนำเห็ดหลินจือมาทดสอบหาประสิทธิผลทางการรักษาและการบำรุงสุขภาพ เพื่อพิสูจน์ว่าเห็ดชนิดนี้มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของมนุษย์ใช่หรือไม่

เห็ดหลินมีผลดีต่อสุขภาพที่อาจเป็นไปได้จริงหรือ?
หากแม้มีการค้นคว้าทดลองมากเกี่ยวกับคุณสมบัติรวมทั้งคุณประโยชน์ที่อาจเป็นได้ของเห็ดหลินจือ
แม้กระนั้นในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานหรือสิ่งพิสูจน์ด้านวิทยาศาสตร์แล้วก็การแพทย์ที่แน่ชัดถึงคุณลักษณะรวมทั้งคุณค่าที่บางทีอาจเป็นได้ของเห็ดหลินจือแต่ว่า ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานหรือข้อรับรองด้านวิทยาศาสตร์รวมทั้งการแพทย์ที่เด่นชัดถึงคุณสมบัติแล้วก็ประสิทธิผลด้านใดๆโดยเหตุนั้น ผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลของเห็ดหลินจือ จำนวนแล้วก็แนวทางการบริโภคที่สมควร และข้อกำหนดต่างๆแล้วก็สาเหตุทางสุขภาพของตัวเองให้ดีก่อนที่จะมีการบริโภค
แบบอย่างงานศึกษาทำการค้นคว้าและวิจัยที่เรียนรู้เกี่ยวกับเห็ดหลินจือที่อาจมีผลต่อร่างกาย
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
งานศึกษาเรียนรู้หนึ่งได้ทดสอบหาประสิทธิผลรวมทั้งความปลอดภัยของการบริโภคอาหารเสริมเห็ดหลืนจือในคนป่วย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ จำนวน 32 ราย  ผลลัพธ์คือ เห็ดหลินจืออาจมีสรรพคุณในด้านการหยุดอาการปวด ปลอดภัยต่อการรับประทานไปสู่ร่างกายและไม่มีผลข้างๆ อย่างไรก็ตาม กลับไม่ปรากฏผลที่มีนัยสำคัญในการต้านทานปฎิกิริยาออกซิเดชัน การต้านการอักเสบ หรือผลการปรับระบบภูมิคุ้มกันแต่อย่างใด
เพิ่มความสามารถร่างกาย
มีการทดลองที่ทดสอบสมรรถนะของเห็ดหลินจือในด้านการเพิ่มสรรถยนต์ภาพของร่างกาย โดยได้ ทดสอบในคนเจ็บโรคปวดกล้ามเนื้อไฟโปรไมอัลเจีย (Fibromyalgia)ผู้หญิงจำนวน 64 ราย ตลอดระยะเวลาการทดลอง 6 อาทิตย์ ผู้เจ็บป่วยบริโภคเห็ดหลินจือปริมาณ 6 กรัม/วัน แล้วต่อจากนั้นก็เลยทดสอบสมรรถภาพร่างกายของคนไข้ ผลการทดลองและก็วางแผนรักษาผู้เจ็บป่วยโรคนี้ต่อไป แต่ยังคงขาดหลักฐานช่วยเหลือที่แน่ชัด จำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาค้นคว้าในด้าน เพื่อหาหลักฐานและก็สิ่งที่ใช้พิสูจน์ที่แนชัดถึงประสิทธิผลของเห็ดหลินจือถัดไป
ต่อต้านการเกิดปฎิกิริยาขบวนการออกซิเดชัน และก็คุ้มครองการทำลายเซลล์ตับ
จากการทดลองหาประสิทธิภาพของสารไตรเทอร์พีนอยด์ (Trirpenoids)รวมทั้งโพลีแซ็กคาไรด์(Polysaccharide)ในเห็ดหลินจือในด้านการต้านการเกิดปฎิกิริยาออกซิเดชัน และก็การป้องกันการทำลายเซลล์ตับในกลุ่มผู้ทดลองที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง 42 คน ผลสรุปคราวแสดงถึงประสิทธิภาพของเห็ดหลินจือสำหรับการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ และก็ยั้งการเกิดอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบของตับ
อย่างไรก็แล้วแต่ เห็ดหลินจืออาจช่วยต้านปริกิรริยาขบวนการออกซิเดชันได้ แต่การทดสอบดังกล่าวเป็นเพียงการค้นคว้าขนาดเล็ก ควรศึกษาค้นคว้าต่อไปเพื่อหาหลักฐานแล้วก็ข้อพสจน์ที่แจ่มชัดที่เด่นชัดถึงประสิทธิผลของเห็ดหลินจือ http://www.disthai.com/

11

เห็ดหลินจือ
เรื่องเล่าประสบการณ์ตรงจากที่ลงภาคสนาม
ยายคนหนึ่ง อายุราวๆ 67 ปี ทำอาชีพขายเห็ดในตลาด ลักษณะการป่วยเป็นโรค ดังนี้
1.เห็ดหลินจือ สามารถรักษาโรคเบาหวาน เป็นทุนเดิม เป็นโรคนี้มาราวๆ 1x ปี
2.โรคความดันเลือด เป็นมาพร้อมๆกับเบาหวาน จะต้องกินยาแผนปัจจุบันตลอด มีลักษณะมึน
3.โรคไขมัน มาพร้อมๆกับโรคเบาหวาน จำต้องรับประทานยาแผนปัจจุบันตลอด
4.โรคไตเสื่อม หลังจากเป็นโรคโรคเบาหวานมาราว 10 ปี แพทย์ตรวจพบว่า ไตเสื่อม ระยะ 2 มีอาการขาบวม หมดแรงเดิน
5.โรคกระเพาะปัสสาวะ อักเสบ มาตอนเป็น ไตเสื่อม นำมาซึ่งอาการฉี่ขับ ฉี่ไม่สุด เจ็บแปล็บๆ
6.โรคเก๊า มาตรวจพบคราวหน้า ว่าค่ายูริก เริ่มมากเพิ่มขึ้น
======================
ความประพฤติของผู้ป่วยและเรื่องราวก่อนรับประทานเห็ดหลินจือสกัดเข้มข้น
1.ตอนป่วยไข้ตอนเริ่ม จะมีลักษณะอาการน้ำตาลในเลือดสูง แทบ 200 มก. แต่พอผ่านมาเกือบ 10 ปี มีความรู้สึกว่าดูแลตนเองเจริญ ผลที่ได้กลับกลายอย่างงี้ สักครู่น้ำตาลสูง เดี๋ยวน้ำตาลต่ำ ทำให้มีการเกิดอาการมึนได้ทั้งวัน หน้าที่ไม่ต้องทำแล้ว นอนดีกว่า
2.พอเพียงมีน้ำตาลในเลือดสูง ความดันจะตามมาเลย ทำให้มีการเกิดอาการโลกหมุน ลายตา จำเป็นต้องนอนอีกตามเคย
3.พอระยะหลังเริ่มรับประทานของมันลดลง สามารถที่จะคุมไขมันได้ แต่ว่าพอนานวันเข้า ไขมันคุมได้ แต่พบสามกีซาลายสูงซะงั้น
4.ภายหลังเจ็บมา 1x ปี ร่างกายก็ไม่ค่อยได้พัก นำมาซึ่งช่วงอาการน็อคน้ำตาล ไป 2 ที ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา จำต้องเข้า รพ. เพื่อกลูโคส ทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น
5.พอเพียงผ่านมาอีก 6 เดือน หมอตรวจเจอเป็นไตเสื่อมขั้นที่ 2 แถมมีโรคกระเพาะฉี่อักเสบ เพราะว่ามีไข่ขาวรั่วมาทางเยี่ยวมากมาย ทำให้เรี่ยวแรงสำหรับในการเดินไม่มี (แทบเดินไม่ไหว ก้าวขาไม่ออก) แถมพบโรคเก๊าต์ ถามหาอีก
6.ตอนหลังจากที่ทราบดีว่าเป็นหลายโรค ชีวิต มันช่างมืดมนอย่างมาก ทำให้ไม่อยากกินอาหาร กินมิได้ นอนไม่หลับ ถึงหลับก็ไม่สนิท ขาบวม ใจสั่น โมโหง่าย
7.พอเพียงถึงเวลานี้ ยายคนนี้ ความประพฤติเปลี่ยนไป จากที่เคยจำต้องออกไปเปิดร้านขายเห็ดในตลาดทุกวัน ไม่เคยหยุด กลับทำให้เขาไม่ได้อยากต้องการขายของ ขอหยุดนอนอยู่ในบ้าน กระทำตัวเหมือนไม่มีคุณค่า จำต้องให้ลูกๆมารอมอง ทำให้เป็นภาระของลูก
======================
ปัญหา สำหรับลูกที่ดูแล และก็จุดแปลงแนวความคิด
1.ลูกคนนั้น มีความคิด ทำอย่างยังไงก้อได้ ให้แม่หายจากโรคทั้งหมดทั้งปวงนี้
2.ทำอย่างยังไงก็ได้ให้คุณแม่กลับมาปฏิบัติงานได้เหมือนเดิม
3.ทำอย่างไงก็ได้ให้คุณแม่รับประทานข้าวได้ราวกับแต่ก่อนเป็นโรคเบาหวาน
4.ทำอย่างไงก็ได้ให้คุณแม่นอนหลับได้ดิบได้ดี
=======================
ในที่สุดลูกคนนั้นได้มาคุยกับผม ผมเลยเสนอแนะ[url=http://www.disthai.com/16484916/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B7%E0%B8%AD]เห็ดหลินจือ[/url][/url][/color]แดงสกัดเข้ม แล้วก็ลูกคนนั้นได้เอาไปให้ท่านแม่ทาน
เริ่มต้นที่ม่าม้าไม่เชื่อว่าเห็ดหลินจือแดงสกัดเข้มข้น จะช่วยให้ชีวิตเขาดียิ่งขึ้นได้ ด้วยเหตุว่าแม่ทานสมุนไพร อาหารเสริมมาเยอะแล้ว
=======================

เริ่มต้นกับการทานเห็ดหลินจือแดงสกัดเข้มข้น (คำตอบบางทีอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล)
1.ผมชี้แนะให้ทาน 24 ชั่วโมง 2 เวลา คือ เช้าตรู่-เย็น ในกรณีของคุณแม่คนนี้ มีโรคประจำตัวมาก จะให้ทานอย่างนี้ ภายหลังจากทานอาหารแล้ว ให้ทานยาแผนปัจจุบัน และรอคอย 30 นาที ค่อยทานเห็ดหลินจือสกัดเข้มข้น
2.เพียงพอหลังจากทานได้ตอนแรก อาการมึนๆงงๆเริ่มดียิ่งขึ้น นอนก้าวหน้าขึ้นมาก ธรรมดาจะดูจนกระทั่งเที่ยงคืนและหลังจากนั้นก็ค่อยหลับ แล้วตื่น 6-7 โมงรุ่งเช้า มาจัดร้านขายของ เปลี่ยนเป็น นอนตั้งแต่ 2 ทุ่ม ตื่น 6 โมงเช้า
3.ภายหลังนอนหลับเจริญ  ทำให้อาการขาบวมดีขึ้น เยี่ยวดีขึ้นมาก ไม่ขัดและก็ฉี่ได้สุด ค่าน้ำตาลดียิ่งขึ้น ไม่สวิงต่ำ-สูง และก็ผลไตดีขึ้นด้วย
4.คนป่วยเริ่มทานข้าวได้ธรรมดา (คุณแม่ไม่เชื่อว่าเห็ดหลินจือช่วยได้จริงไหม เลยทดสอบด้วย รับประทานทุเรียน2เม็ด แล้วพรุ่งนี้ไปตรวจเลือด ผลเลือดที่ออกมาแม่ตกอกตกใจ ว่าเพราะอะไรน้ำตาลปกติ ^_^)
5.พอร่างกายได้ นอนหลับได้เต็มที่ หน้าใส(มีคนทักว่าไปทำอะไรมา) แข็งแรงสามารถยกของหนักๆได้ ซึ่งหากเป็นครั้งก่อน เพียงแค่เดินยังต้องหาที่นั่งพักเลย
คุณประโยชน์เห็ดหลินจือที่มีงานค้นคว้าวิจัยรับรอง....มีอะไรบ้าง
มีความเห็นมานานแล้วว่าเห็ดหลินจือแดงสามารถทำให้หัวใจแข็งแรง เลือดลมดี ผิวพรรณแจ่มใส ช่วยให้แก่ช้าลง ความจำ และก็ช่วยอายุยืนนาน
ส่วนสรรพคุณในทางการดูแลและรักษาโรคถูกกล่าวไว้อย่างแพร่หลายเหมือนกัน เช่น แก้โรคตับแข็ง รักษาโรคมะเร็ง รักษาโรคความดัน รวมทั้งภูมิแพ้ฯลฯ
แม้กระนั้นทีเด็ดคือ......
มีการค้นคว้าเกี่ยวกับเห็ดหลินจือรักษาโรคจากคณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งสำหรับเพื่อการทดลองศึกษาเล่าเรียนทางคลีนิครวมทั้งยืนยันว่าเห็ดหลินจือมีคุณประโยชน์ดังต่อไปนี้จริง ไม่ใช่แค่ความเลื่อมใสอีกต่อไป อันยกตัวอย่างเช่น
-กระตุ้นภูมิต้านทาน
-ต้านทานเนื้องอกและโรคมะเร็ง
-รักษาโรคฟุตบาทเยี่ยว
-รักษาโรคหัวใจ
-ช่วยทำให้การนอนหลับ
-ลดไขมันในเลือด
-ต้านทานอนุมูลอิสระ
-ต้านทานการอักเสบ

12

งาขาว
ชื่อสมุนไพร งาขาว
ชื่ออื่นๆ/ชื่อแคว้น นีโซไอยู่มั้ว (จีน) ซะติด ซะเจี่ย (เมื่อน)
ชื่อสามัญ Sesame seeds (white)
ชื่อวิทยาศาสตร์   Sesamum  orientale Linn.
สกุล PEDALIACEAE
ถิ่นเกิด
งาขาวมีถิ่นกำเนิดเช่นเดียวกันกับ งาดำหมายถึงงาขาวเป็นไม้ล้มลุกที่มีมาแต่ว่าโบราณ มีแหล่งกำเนิดในแถบประเทศเอธิโอเปีย ถัดมาก็ถูกนำเข้าไปยังอินเดีย จีน รวมทั้งแถบแอฟริกาเหนือรวมทั้งทวีปเอเชียใต้ ในราวราวๆ 2000 ปี ก่อนคริศตกาลรวมทั้งในศตวรรษที่ 17 ได้ถูกนำเข้าไปในทวีปอเมริกาส่วนในประเทศไทย งา ก็เป็นที่รู้จักกันมาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งนำมาใช้คุณประโยชน์ได้ทางยา ของกิน และก็เครื่องสำอาง
ลักษณะทั่วไป
งาขาว เป็นพืชล้มลุกที่มีอายุฤดูเดียว มีลำต้นตั้งตรงถึงยอด สูงราว 50-150 เซนติเมตร ลำต้นไม่แตกกิ่งกิ้งก้าน แม้กระนั้นบางประเภทอาจมีการแตกกิ่งแขนง ลำต้นมีลักษณะอวบน้ำ เป็นสี่เหลี่ยม มีขนสั้นๆปกคลุมดก ลำต้นมีร่องยาวตามความสูงของลำต้น เปลือกลำต้นบาง สีเขียวเข้มหรือมีสีอมม่วง สามารถดึงลอกเป็นเส้นได้
ใบงาขาว ออกเป็นใบลำพัง เรียงตรงข้ามกันตามความสูงของลำต้น ประกอบด้วยก้านใบทรงกลมสีเขียวหรือสีม่วงแดง ยาวโดยประมาณ 5 ซม. ส่วนแผ่นใบมีลักษณะเป็นรูปหอกยาว กว้างประมาณ 3-5 ซม. ยาวโดยประมาณ 8-15 ซม. โคนใบมน เป็นฐานกว้าง แล้วก็ค่อยเรียวลงจนกระทั่งปลายใบแหลม แผ่นใบมีสีเขียวสด มีร่องตามเส้นกิ่งก้านสาขาใบ ขอบของใบเรียบหรือเป็นหยัก
ดอกงาขาวเป็นดอกโดดเดี่ยวหรือเป็นกลุ่มบริเวณซอกใบ 1-3 ดอก ประกอบด้วยก้านดอกสั้น ประมาณ 3-5 มม. ถัดมาเป็นกลีบรองดอกสีเขียว จำนวน 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกันหุ้มฐานดอก ต่อมาเป็นกลีบดอกไม้ที่มีลักษณะเป็นกรวยยาว กลีบดอกอ่อนมีสีเขียวอมเหลือง เมื่อแก่หรือบานจะมีสีขาว ยาวเป็นทรงกรวย ราว 4-5 ซม. ปลายกลีบห้อยลงดิน และแยกออกเป็น 2 กลีบหมายถึงกลีบด้านล่างที่ยาวกว่า รวมทั้งกลีบบนที่มีปลายหยักเป็น 3 แฉก ถัดมาภายในดอกจะมีสีกลีบดอกไม้ภายในเป็นสีเหลือง มีเกสรตัวผู้ 4 อัน แบ่งเป็น 2 คู่ แต่งละคู่ยาวแตกต่างกันส่วนเกสรตัวเมียมี 1 อัน ยาว 1.5-2 เซนติเมตร ปลายก้านเกสรแยกออกเป็น 2-4 แฉก ทั้งนี้ ดอกงาขาวจะเริ่มบานในเวลาเช้า และก็กลีบดอกไม้จะตกลงดินในเวลาเย็น
ผลของงาขาวเรียกว่า ฝัก ฝักอ่อนมีลักษณะทรงกระบอกค่อนข้างกลม ปลายฝักเป็นจะงอยแหลม เมื่อฝักใหญ่จะแบ่งเป็นร่องๆตามความยาวของฝัก ยาวราวๆ 2-3 เซนติเมตร เปลือกฝักหนา มีสีเขียว แล้วก็มีขนปกคลุม เมื่อฝักแก่เปลี่ยนเป็นสีดำอมเทา รวมทั้งปริแตก ทำให้เมล็ดตกลงดิน  ด้านในฝักมีเมล็ดขนาดเล็กสีขาวเยอะๆ เรียงซ้อนแยกกันในแต่ละร่องพู เม็ดมีรูปไข่ เปลือกเม็ดบางมีสีขาว มีกลิ่นหอม ใน 1 ฝัก จะมีเมล็ดประมาณ 70-100 เมล็ด
การขยายพันธุ์
                งาขาว ที่ปลูกกันทั่วๆไปมี 6 ประเภท ยกตัวอย่างเช่น

  • ประเภทเมืองเลย ปลูกมากมายที่จังหวัดเลยแล้วก็บริเวณชายแดนไทย-ลาว แล้วก็ช่วงจังหวัดเลยถึงจังหวัดอุตรดิตถ์
  • พันธุ์เชียงใหม่ ปลูกมากที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนและก็จังหวัดเชียงใหม่
  • ชนิดชัยบาดาลหรือสมอทอด ปลูกมากที่จังหวัดเพชรบูรณ์รวมทั้งลพบุรี แม้กระนั้นเดี๋ยวนี้มีจำนวนน้อยมาก
  • จำพวกร้อยเอ็ด.1
  • จำพวกมข.1
  • ประเภทมหาสารคาม 60 มีเขตผลักดันการปลูก ดังเช่น จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี เพชรบูรณ์ พิษณุโลก รวมทั้งกาญจนบุรี


งาเป็นพืชเขตร้อนชอบอาการร้อนแล้วก็แดดจ้า อุณหภูมิที่สมควรต่อการเติบโต ประมาณ 27-30 องศาเซลเซียส เกลียดอากาศหนาวเย็น ถ้าเกิดอุณหภูมิต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส การงอกจะช้าลง หรือ อาจจะหยุดการเติบโต แม้กระนั้นถ้าหากอุณหภูมิสูงขึ้นมากยิ่งกว่า 40 องศาเซลเซียสจะมีผลให้การผสมเกสรติดยาเสพย์ติดกการสร้างฝักเป็นไปได้ช้า
   ฤดูปลูก

  • ต้นฤดูฝน เริ่มปลูกตั้งแต่ก.พ.-ม.ย. รวมทั้งเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่ปลายเดือน เดือนเมษายน-มิถุนายน จำนวนมากจะปลูกลงในพื้นที่นาก่อนการปลูกข้าว มีพื้นที่ปลูกโดยประมาณปริมาณร้อยละ 70 ของพื้นที่ปลูกงาทั่วประเทศ แหล่งปลูกงาต้นฤดูฝนยกตัวอย่างเช่น จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ บุรีรัมย์ สุรินทร์ จังหวัดนครราชสีมา สระบุรี จังหวัดลพบุรี นครสวรรค์ จังหวัดเพชรบูรณ์ สุโขทัย จังหวัดลำพูน น่าน แล้วก็สุราษฏร์ธานี
  • ปลายฤดูฝน เริ่มปลูกตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม รวมทั้งเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่สิ้นเดือน เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม จำนวนมากจะปลูกภายในภาวะพื้นที่ไร่หรือที่ดอน ปลูกข้างหลังการเก็บเกี่ยวพืชไร่ มีพื้นที่ปลูกประมาณจำนวนร้อยละ 30 ของพื้นที่ปลูกงาทั่วทั้งประเทศ แหล่งปลูกงาปลายฤดูฝนที่สำคัญ ยกตัวอย่างเช่น จังหวัด จังหวัดกาญจนบุรี พิษณุโลก จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และเลย
ส่วนการปลูกงาขาวนั้นสามารถทำเป็นดังนี้

  • การเตรียมดิน การเตรียมดินเป็นต้นสายปลายเหตุที่สำคัญสำหรับเพื่อการปลูกงาเนื่องด้วยเม็ดงามีขนาดเล็ก ต้องมีการเตรียมดินให้ร่วนซุย จะช่วยให้งาแตกออกได้ดิบได้ดีและก็มีความสม่ำเสมอ การไถกระพรวนจะมากหรือน้อยครั้งขึ้นกับส่วนประกอบรวมทั้งชนิดของเนื้อดิน ถ้าหากเป็นดินร่วนทรายจะไถ 1-2 ครั้ง ส่วนดินเหนียวต้องไถมากครั้งกว่าดินร่วนโดยไถ 2-3 ครั้ง เพื่อย่อยดินให้รอบคอบจะได้ผลผลิตสูงขึ้นยิ่งกว่าไถเพียงแต่ครั้งเดียว
  • วิธีปลูก การปลูกงาขาวมีอยู่ 2 วิธีเป็น
  • การปลูกแบบหว่าน เกษตรกรโดยมากนิยมปลูกงาด้วยแนวทางแบบนี้ โดยภายหลังจากตระเตรียมดินก็ดี จะใช้เมล็ดงาหว่านให้กระจัดกระจายเป็นประจำ อัตราเมล็ดพันธุ์ 1-2 กก./ไร่
  • การปลูกแบบโรยเป็นแนว สำหรับเพื่อการทำร่องสำหรับโรยเมล็ด ส่วนใหญ่ใช้คราดกาแถว ระยะระหว่างแถว 50 ซม. อัตราเมล็ดพันธุ์ 2-3 กก./ไร่ การปลูกเป็นแนวจะได้ผลผลิตสูงขึ้นยิ่งกว่าการปลูกแบบหว่าน
  • การใส่ปุ๋ย ดินปนทรายหรือดินร่วนซุยทรายที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ ให้ปุ๋ยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 20-30 กิโลกรัม/ไร่ ดินร่วมปนดินเหนียว ใช้ปุ๋ยสูตร 20-20-0 ในอัตรา 20-25 กก./ไร่
  • การดูแลและรักษา การปลูกงาขาวไม่ได้อยากต้องการดูแลมากสักเท่าไรนัก หลังการหว่านเม็ดแล้วเกษตรกรจะปลดปล่อยให้งาเติบโตตามธรรมชาติ แต่ว่ามั่นสำรวจแปลงเป็นระยะ ถ้าหากพบโรคหรือแมลงระบาดให้ฉีดพ่นด้วยสารกำจัดศัตรูพืช ส่วนการปลูกไว้ในฤดูแล้งหรือพื้นที่ค่อนข้างจะแล้งอาจมีการให้น้ำเป็นระยะ
  • การเก็บเกี่ยวผลผลิต งาขาวแก่เก็บเกี่ยวราวๆ 70-120 วัน หลังปลูก ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ รวมทั้งเริ่มเก็บฝักได้ในระยะฝักแก่สีเหลืองหรือน้ำตาลอมดำ ใบมีสีเหลือง และหล่นใกล้หมด และเก็บในระยะที่เปลือกฝักยังไม่ปริแตก การเก็บเกี่ยวงาขาวจะใช้แนวทางถอนทั้งต้น ก่อนเด็ดฝักแยกออกจากลำต้น แล้วตีให้ฝักแตกสามัคคีเมล็ดงาออก ซึ่งอาจใช้ไม้ตีหรือใช้เครื่องตีแยกฝัก


องค์ประกอบทางเคมี เม็ดงาขาวมีน้ำมัน 44-58% โปรตีน 18-25% ที่มีกรดอะมิโนที่มีคุณค่าทางโภชนาการเหมือนกันกับถั่วเหลืองคาร์โบไฮเดรตราว 13.5% แล้วก็เถ้า 5% (Borchani et al.,2010) น้ำมันงาราวๆ 50% เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงลำพัง 35% รวมทั้งอีก 44% เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัว ขณะที่ 45% ของกากงาประกอบด้วยโปรตีน 20% (Ghandi, 2009) ส่วนองค์ประกอบทางเคมีที่มีในเมล็ดงาขาวนั้นก็มีเช่นเดียวกับงาดำ ตัวอย่างเช่น กรดไขมันได้แก่ oleic acid, linoleic acid, palmitic acid, stearic acid, สารกลุ่ม lignan, ชื่อ sesamol, d-sesamin, sesamolin, สารอื่นๆดังเช่นว่า sitosterol  ส่วนคุณประโยชน์ทางโภชนาการของงาขาวมีดังนี้

คุณค่าทางโภชนาการงาขาว (งาขาวดิบ 100 กรัม)
                งาขาวดิบ             
น้ำ                           3.9          กรัม
พลังงาน                 658         กิโลแคลอรี่
โปรตีน                    20.9        กรัม
ไขมัน                       57.1        กรัม
คาร์โบไฮเดรต                        15.0        กรัม
ใยอาหาร                                4.6          กรัม
ขี้เถ้า                           3.1          กรัม
แคลเซียม                               86           มก.
เหล็ก                       7.4          มิลลิกรัม
ธาตุฟอสฟอรัส                              650         มิลลิกรัม
เบต้า แคโรทีน                        0              มก.
ไทอะมีน                 1.08        มิลลิกรัม
ไรโบฟลาวิน                           0.11        มิลลิกรัม
ไนอะซีน                  3.3          มิลลิกรัม
 
ผลดี/สรรพคุณ
งาขาวใช้เป็นส่วนประกอบของขนมหวาน เป็นต้นว่า กระยาสาดข้าวเหนียวแดง หรือใช้ตกแต่งขนมปังหรือขนมต่างๆรวมถึงใช้สกัดน้ำมันงาสำหรับใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆได้แก่ ใช้สำหรับทำอาหาร โดยยิ่งไปกว่านั้นอาหารประเภททอดต่างๆ ใช้เป็นองค์ประกอบของอาหารเสริม  ใช้เป็นส่วนผสมของเครื่องสำอาง ได้แก่ ครีมที่เอาไว้สำหรับบำรุงผิว น้ำหอม สบู่ เป็นต้น ใช้ในอุตสาหกรรมยา และก็อาหาร ได้แก่ ใช้เป็นส่วนประกอบสำหรับเพื่อการผลิตช็อกโกแลต การผลิตเนยเทียม เป็นต้น  ใช้เป็นส่วนผสมของอาหารสัตว์  ใช้ทารักษาแผล  ใช้ชโลมผม ช่วยให้ผมมันเงา ใช้ทารักษาโรผิวหนัง ผื่นผื่นคัน มีการศึกษาวิจัยในงาขาวพบว่า เมื่อเปรียบเทียบกับถั่วเหลืองรวมทั้งใช่แล้วพบว่า มีไขมันสูงขึ้นมากยิ่งกว่าถั่วเหลืองประมาณ 3 เท่า และสูงขึ้นยิ่งกว่าไข่ ราว 4-6 เท่า มีโปรตีนสูงกว่าไข่ราว 5% แม้กระนั้นต่ำยิ่งกว่าถั่วเหลืองราว 2 เท่า ยิ่งไปกว่านี้โปรตีนในงาขาวยังไม่เหมือนกับพืชเชื้อสายถั่วแล้วก็พืชให้น้ำมันอื่นๆเพราะเหตุว่ามีกรดอะมิโนที่จำเป็นจะต้องซึ่งพืชดังที่กล่าวมาข้างต้นขาด ดังเช่น เมธไธโอนินแล้วก็ซีสติเตียนน แต่งาขาวมีไลซีนต่ำ ฉะนั้นบางทีอาจใช้งาเป็นอาหารเสริมพวกของกินถั่วต่างๆเมื่อใช้เป็นอาหาร หรือใช้เสริมโปรตีนจากเนื้อสัตว์ซึ่งราคาแพงแพง นอกเหนือจากนั้นยังใช้เสริมของกินพวกเมล็ดพืช กล้วย แล้วก็ของกินแป้งอื่นๆได้เป็นอย่างดี
ยิ่งกว่านั้นเมล็ดงาขาวยังประกอบไปด้วย เกลือแร่ 4.1 – 6.5 % ที่สำคัญคือ เหล็ก ไอโอดีน สังกะสี เซเลเนียม แคลเซียม และฟอสฟอรัส โดยจะมีแคลเซียมมากยิ่งกว่าพืชทั่วไปโดยประมาณ 20 เท่า ส่วนคุณประโยชน์ทางยาของงาขาวนั้น หนังสือเรียนยาไทยกล่าวว่า งาขาวมีรสฝาด หวาน ขม ทำให้น้ำดี กำเริบเสิบสาน น้ำมันใช้หุงเป็นน้ำมันใส่รอยแผลได้ดี การหุงน้ำมันจำเป็นต้องใช้งาสดตำคั้นเอาน้ำ โดยใช้น้ำคั้นใบแล้วก็เถาตำลึง บอระเพ็ด ขมิ้นอ้อย  ไพล เอาน้ำมาอย่างละ 1 ถ้วย แล้วใส่น้ำมันงาลงไป 1 ถ้วย ตั้งไฟเคี่ยวไปจนถึงเหลือ 1 ถ้วย เอาน้ำมันที่ได้ปรุงด้วยสีเสียดเทศและก็ไทยสิ่งละนิดนึง หลอมตะกั่วนมให้ละลายเทลงในน้ำมัน แล้วเอาขึ้นหลอมอีกจนได้ 3 ครั้ง ทิ้งตะกั่วเอาไว้ในนั้น ใช้น้ำมันใส่แผลจะช่วยรักษาแผลเจริญมากมาย
 ส่วนคุณประโยชน์ทางยาของงาขาวนั้น หนังสือเรียนยาไทยกล่าวว่า สารเซซามินในเม็ดงาขาวสามารถลดระดับ LDL-cholesterol ในกระแสโลหิตของคน (ซึ่ง LDL-cholesterol เป็นต้นเหตุที่นำมาซึ่งการก่อให้เกิดโรค Athersclerosis (ไขมันอุดตันในเส้นโลหิต)  ทุเลาอาการของโรคคิดสีดวงทวาร (Hemmorhoids) ได้ โดยกรดไขมันในน้ำมันงา ได้แก่ Linoleic acid , oleic acid , palmatic acid , stearic acid , สามารถทุเลาลักษณะของโรคริดสีดวงทวารได้
ทั้งนี้มีการทำการศึกษาน้ำมันงาพบว่าน้ำมันงาเป็นแหล่งของสารอาหาร อาทิเช่น กรดไขมันโอเมก้า 6 ฟลาโวนอยด์ ฟลีนอลิค สารต้านอนุมูลอิสระ วิตามินและก็เส้นใย ซึ่งมีความสำคัญสำหรับการต้านมะเร็ง และเกื้อหนุนสุขภาพ
รูปแบบ/ขนาดวิธีใช้ เช่นเดียวกับงาดำ เป็นสำหรับในการนำงาขาวมาใช้ประโยชน์โดยมากจะนำไปใช้คุณประโยชน์ด้านของกินรวมทั้งผลิตภัณฑ์เสริมความสวยมากกว่าด้านการดูแลและรักษาโรคแต่ก็มีการเอาไปใช้ตามตำรายาไทยอยู่บ้าง ได้แก่

  • แก้ปัสสาวะหรืออุจจาระขัด นำเม็ดงา 20 – 30 กรัม หรือ 1 – 2 ช้อน ต้มแล้วนำน้ำมาดื่มในขณะท้องว่าง
  • ความดันโลหิตสูง เมล็ดงาขาว น้ำส้ม  ซีอิ้ว และก็น้ำผึ้งอย่างละ 30 กรัม ผสมกับไข่ขาว 1 ฟอง คนจนเข้ากันดี ต้มด้วยไฟอ่อนๆจนสุก กินวันละ 3 ครั้งบ่อยๆ
  • บรรเทาอาการไอแห้ง ไม่มีเสลด ให้นำเมล็ดงา 3 – 5 ช้อน ตำบดอย่างถี่ถ้วน ก่อนผสมกับน้ำตาล 2 ช้อน รับประทาน หรือ นำผงเม็ดงาชงน้ำร้อน รวมทั้งเดิมน้ำตาลดื่ม
  • บำรุงสมอง หนังสือเรียนอายุรเวทให้ใช้งาผง 1 ส่วน ผงมะขามป้อม 1 ส่วน และก็น้ำผึ้ง 1 – 2 ช้อนชา เคล้าให้ถูกกัน ปั้นเป็นลูกกลอนกิน
  • ยาอายุวัฒนะ (ญี่ปุ่น) ใช้ไข่ไก่ 1 ฟอง ชงด้วยน้ำร้อน เพิ่มเติมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ แล้วก็น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ขับพยาธิหมุด เม็ดงาขาว 50 กรัม เพิ่มเติมน้ำต้นจนได้น้ำข้นๆกรองเอาส่วนน้ำมาปรุงด้วยน้ำตาล ดื่มขณะท้องว่างครั้งเดียวให้หมด
  • เจ็บคอ คัดจมูก แพ้อากาศ ปวดเมนส์ นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ กินงาบด 1 ข้อนชาก่อนนอน
การศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยา การศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยาของงาขาวนั้นส่วนมากเป็นการศึกษาเล่าเรียนควบรวมไปกับงาดำ (ซึ่งเป็นการเรียนรู้รวมกันงาขาว งาดำ) ด้วยเหตุนั้นผลการศึกษาเรียนรู้ทางเภสัชวิทยาของงาขาวจึงดังงาดำ (ดูการเรียนรู้ทางเภสัชของงาดำ) แต่ว่าผู้เขียนสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลการศึกษาเล่าเรียนทางเภสัชวิทยาของงามาเพิ่มอีกได้อีก 2 ฉบับหมายถึง
                การศึกษาฤทธิ์ลดความเป็นพิษจากนิโคตินของสารลิกแนนจากงาในหนูแรทผิวเผือกเพศผู้ที่ได้รับพิษจากนิโคติน โดยการฉีดนิโคตินทีละ 3.5 มก./กิโลกรัมน้ำหนักตัว เข้าใต้ผิวหนัง ต่อเนื่องกัน 15 วัน ร่วมกับการป้อนของกินที่มีส่วนผสมของสารลิกแนนจากงา ขนาด 0.1 หรือ 0.2 กรัมต่ออาหาร 100 กรัม ผลวิจัยพบว่าสารลิกแนนจากงาช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ Low Density Lipoprotein cholesterol และก็ Very Low Density Lipoprotein cholesterol ช่วยเพิ่มปริมาณ High Density Lipoprotein cholesterol แล้วก็โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีต้านทานอนุมูลอิสระ รวมทั้งลดความเข้มข้นของผลิตผลจากการเกิดการเพอรอกซิเดชั่นของไขมันที่มากขึ้นเนื่องมาจากพิษของนิโคติน ยิ่งไปกว่านี้ยังพบว่าสารลิกแนนจากงาช่วยเพิ่มปริมาณ DNA รวมทั้งคุ้มครองไม่ให้ DNA ในเนื้อเยื่อตับถูกทำลายด้วยนิโคตินได้อย่างเป็นจริงเป็นจัง แสดงให้เห็นว่าสารลิกแนนจากงาสามารถทุเลาความเป็นพิษของนิโคตินต่อการเกิดออกซิเดชั่นรวมทั้งความเป็นพิษต่อสารพัดธุบาปในร่างกายได้ รวมทั้งการศึกษาเล่าเรียนทางสถานพยาบาลเรื่องฤทธิ์ของน้ำมันงาร่วมกับยาลดความดันเลือดสูง ผู้ป่วยชายแล้วก็หญิงที่เป็นโรคความดันโลหิตสูงระดับน้อยถึงปานกลาง เป็นมีค่าความดันโลหิตตัวบน ≥ 140 มม.ปรอท แล้วก็ค่าความดันโลหิตตัวด้านล่าง ≥ 90 มม.ปรอท อายุ 35 – 60 ปี ปริมาณ 50 คน ได้รับยาเพื่อการดูแลและรักษาเป็นยาขับปัสสาวะ hydrochlorothiazide หรือ β-blocker atenolol มานาน 1 ปีก่อนร่วมการศึกษาเล่าเรียน และยังคงได้รับยานี้ตามปกติตลอดการเรียนรู้นี้ คนป่วยจะได้รับน้ำมันงาเพื่อใช้เพื่อการทำอาหารในครอบครัว 4 – 5 กิโลกรัม ต่อสมาชิกในครอบครัว 4 คน ต่อเดือน (โดยประมาณ 35 กรัม/วัน/คน) แล้วก็จะต้องใช้เฉพาะน้ำมันงาเพียงชนิดเดียวตลอด 45 วัน หลังจากนั้นหยุดเปลืองน้ำมันงา ให้แปลงมาใช้น้ำมันที่เคยใช้อยู่เดิมอีก 45 วัน ทำการตรวจร่างกาย ความดันเลือด น้ำหนักตัว, Body mass index (BMI), ระดับไขมัน อิเลคโตรไลท์ และก็เอนไซม์ในเลือด ก่อนการศึกษา ภายหลังเปลืองน้ำมันงา 45 วัน แล้วก็ภายหลังหยุดเปลืองน้ำมันงา 45 วัน พบว่า การใช้น้ำมันงาแทนที่น้ำมันจำพวกอื่นสำหรับการทำอาหารในผู้เจ็บป่วยความดันเลือดสูง ทำให้ค่าความดันโลหิตตัวบนและก็ตัวล่างกลับลงสู่ระดับธรรมดา น้ำหนักร่างกาย และ BMI ลดน้อยลง แม้กระนั้นภายหลังจากหยุดใช้น้ำมันงานค่าดังกล่าวข้างต้นกลับสูงมากขึ้น ระดับคอเลสเตอรอล, high density lipoprotein cholesterol และก็ low density lipoprotein cholesterol ในเลือดไม่ได้แตกต่างกันเมื่อประเมินผลอีกทั้ง 3 ช่วงเวลาที่เรียน นอกจากระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดลดต่ำลงเมื่อใช้น้ำมันงา แล้วก็กลับสูงขึ้นเมื่อหยุดใช้น้ำมันงา ระดับโซเดียมในเลือดลดน้อยลงเมื่อใช้น้ำมันงาและกลับสูงขึ้นเมื่อหยุดใช้น้ำมันงา   ระดับโปแตสเซียมในเลือดสูงมากขึ้นเมื่อใช้น้ำมันงารวมทั้งต่ำลงสู่ค่าปกติเมื่อหยุดใช้น้ำมันงา การเกิด lipid peroxidation ลดน้อยลงเมื่อใช้น้ำมันงาและก็ค่ายังคงเดิมหลังจากที่หยุดใช้น้ำมันงาแล้ว ระดับเอนไซม์ catalase แล้วก็ superoxide dismutase ในเลือดสูงมากขึ้น แล้วก็ glutathione peroxidase ในเลือดลดลง เมื่อใช้น้ำมันงารวมทั้งค่ายังคงที่ภายหลังหยุดใช้น้ำมันงาแล้ว ระดับวิตามินซี วิตามินอี เบต้า-ติดอยู่โรทีน และก็ reduced glutathione สูงขึ้นเมื่อใช้น้ำมันงาและลดลงภายหลังจากหยุดใช้น้ำมันงา จากการเรียนแปลว่าน้ำมันงาสามารถช่วยลดระดับความดันโลหิต ลดการเกิด lipid peroxidation และก็เพิ่มฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ ในคนเจ็บความดันโลหิตสูงร่วมกับยาขับฉี่ได้
การเรียนทางพิษวิทยา การเรียนทางพิษวิทยาของงาขาวเป็นการศึกษาควบรวมไปกับงาดำ (ซึ่งเป็นการเรียนรวมกันทั้งยังงาขาว งาดำ) ด้วยเหตุผลดังกล่าวผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยทางพิษวิทยาของงาขาวก็เลยเช่นเดียวกับงาดำ (มองการศึกษาเล่าเรียนทางพิษวิทยาของ งาดำ)
 
อแนะนำ/สิ่งที่จำเป็นต้องระมัดระวัง

  • สำหรับในการกินงาขาวในบางรายอาจมีอาการแพ้ได้ เพราะเหตุว่ามีสาร Sesamol ซึ่งจะก่อให้เกิดอาการต่างๆอย่างเช่น ผื่นคัน คันจมูก หายใจลำบาก กลีบตาและริมฝีปากบวมแดง
  • การรับประทานงาขาวอาจทำให้ระดับความดันโลหิตลดต่ำเหลือเกินได้ในผุ้ทีมีความดันโลหิตต่ำ
  • ถ้าเกิดกินงาขาวมากจนเกินความจำเป็นอาจทำให้มีการระบายท้องมากจนเกินไปจนถึงส่งผลให้เกิดอาการท้องร่วงได้
  • ตำราเรียนจีน ห้ามใช้งานในคนที่ท้องเดินเรื้อรัง เสื่อมสมรรถนะทางเพศ มีตกขาว หรือ ถ้าเกิดจะใช้ควรจะใช้ในขนาดน้อย การใช้เกิน 4 ช้อนโต๊ะต่อวัน อาจจะทำให้ท้องเดินได้
  • แบบเรียนอายุรเวท กล่าวว่า งา เป็นยาขับระดู การใช้ในสตรีมีครรภ์ระยะแรก (1-3 เดือน) ในขนาดที่มากเกินไป อาจจะเป็นผลให้แท้งได้
เอกสารอ้างอิง

  • ชยันต์  พิเชียรสุนทร , แม้นมาส  ชวลิต และ วิเชียร จีรวงส์ 2542. คำอธิบาย ตำราพระโอสถ พรนารายณ์ สำนักพิมพ์ อมรินทร์ กุมภาพันธ์ 2548
  • มนตรา ศรีษะแย้ม , นาถธิดา วีระปรียากูร , พนมพร ศรีบัวรินทร์.ฤทธิ์ต้านออกซิเดชั่นในหลอดทดลองของเมล็ด งา ขาว ดำ และ แดง .วารสารสารเภสัชศาสตร์อีสาน.ปีที่ 10 .ฉบับที่ 2.พฤษภาคม – สิงหาคม 2557.หน้า 136-146
  • ปราณี รัตนสุวรรณ . งา ...ธัญพืชเมล็ดจิ๋วดินทรงคุณค่า.ภาควิชาเภสัชงาขาวและเภสัชพฤกษศาสตร์.คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • กรมวิชาการเกษตร.2549.รายงานความก้าวหน้าโครงการวิจัยและพัฒนาด้านพืชและเทคโนโลยีการเกษตร รอบ 12 เดือน.วันที่ 20 – 24 พฤศจิกายน 2549.
  • งาขาว สรรพคุณ และการปลูกงาขาว.พืชเกษตรดอทคอม.เว็บเพื่อเกษตรกรไทยนันทวัน บุณยะประภัศร (บรรณาธิการ) 2539.สมุนไพรพื้นบ้าน(1) คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล http://www.disthai.com/
  • ตารางแสดงคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไทย.กองโภชนาการ กรมอนามัย.2544
  • Bowden, Jonny. The 150 Healthiest foods on earth: The surprising, unbiased truth about what you should eat and why (PAP/COM). Fair Winds Pr,2007:309-310
  • สมุนไพรเพื่อสุขภาพ ปีที่ 2 ฉบับที่ 23 ประจำเดือน กันยายน 2545 บริษัท สำนักพิมพ์ยูทิไลซ์ จำกัด
  • สารลิกแนน จากงาช่วยลดพิษของนิโคติน.ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร.สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล
  • งา,ฐานข้อมูลเครื่องยา คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
  • ฤทธิ์ของน้ำมันงาร่วมกับยาลดความดันโลหิตสูง.ข่าวความเคลื่อนไหวสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล.


13

สมุนไพร
เห็ดหลินมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่อาจเป็นไปได้จริงหรือ?
แม้มีการค้นคว้าทดลองมากมายเกี่ยวกับคุณสมบัติและคุณประโยชน์ที่อาจเป็นไปได้ของเห็ดหลินจือ
แต่ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานหรือข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่แน่ชัดถึงคุณลักษณะและคุณประโยชน์ที่อาจเป็นไปได้ของเห็ดหลินจือแต่ ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานหรือข้อพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์และการแพทย์ที่แน่ชัดถึงคุณลักษณะและประสิทธิผลด้านใดๆ ดังนั้น ผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลของสมุนไพร เห็ดหลินจือ ปริมาณและวิธีการบริโภคที่เหมาะสม รวมทั้งข้อจำกัดต่างๆ และปัจจัยทางสุขภาพของตนให้ดีก่อนการบริโภค
ตัวอย่างงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับเห็ดหลินจือที่อาจมีผลต่อสุขภาพ
โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
งานค้นคว้าหนึ่งได้ทดลองเห็ดหลินจือหาประสิทธิผลและความปลอดภัยของการบริโภคอาหารเสริมเห็ดหลืนจือในผู้ป่วย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ จำนวน 32 ราย  ผลลัพธ์คือ เห็ดหลินจืออาจมีสรรพคุณในด้านการระงับอาการปวด สมุนไพรปลอดภัยต่อการรับประทานเข้าสู่ร่างกายและไม่มีผลข้างเคียง อย่างไรก็ตาม กลับไม่ปรากฏผลที่มีนัยสำคัญในการต้านปฎิกิริยาออกซิเดชัน การต้านการอักเสบ หรือผลการปรับระบบภูมิคุ้มกันแต่อย่างใด


สมุนไพร อย่างไรก็ตามฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งของมะเร็งของสารสกัดเห็ดหลินจือที่กล่าวไปนั้น ยังคงเป็นเพียงผลการทดลองในหลอดทดลองเท่านั้น ขณะนี้คณะแพทย์ศาสตร์ของมหาลัยเชียงใหม่กำลังวิจัยผลที่มีต่อผู้ป่วยโรคมะเร็วจริงๆและคาดว่าผลการศึกษานี้คงจะตีแผ่ให้เพื่อนๆได้ทราบกันในเร็วๆนี้ค่ะ แต่ตอนนี้มีรายงานการศึกษาจากประเทศจีนพบว่า เห็ดหลินจือสามารถเสริมภูมิคุ้มกันได้จริงในผู้ป่วยมะเล็กลำไส้ใหญ่ ปอด และผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งขั้นลุกลาม โดยไม่มีผลข้างเคียงและสามารถใช้ได้ติดต่อกันเป็นเวลานานได้อย่างปลอดภัย อย่างไรก็ตามในประเทศไทย การใช้เห็ดหลินจือในการรักษาโรคมะเร็งนั้นยังไม่ใช่ช่องทางหลักในการรักษา เน้นเรื่องเสริมภูมิต้านทานมากกว่า

เพิ่มสมรรถภาพร่างกาย
มีการทดลองที่ทดสอบประสิทธิภาพของเห็ดหลินจือในด้านการเพิ่มสรรถภาพของร่างกาย โดยได้ ทดลองในผู้ป่วยโรคปวดกล้ามเนื้อไฟโปรไมอัลเจีย (Fibromyalgia)เพศหญิงจำนวน 64 ราย ตลอดระยะเวลาการทดลอง 6 สัปดาห์ ผู้ป่วยบริโภคเห็ดหลินจือปริมาณ 6 กรัม/วัน จากนั้นจึงทดสอบสมรรถภาพร่างกายของผู้ป่วย ผลการทดลองและวางแผนการรักษาผู้ป่วยโรคนี้ต่อไป แต่ยังคงขาดหลักฐานสนับสนุนที่ชัดเจน จึงควรมีการศึกษาค้นคว้าในด้าน เพื่อหาหลักฐานและข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดถึงประสิทธิผลของเห็ดหลินจือต่อไป
จากการวิเคราะห์ผลการทดลองทางการแพทย์ 5 ราการ ซึ่งมีผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิด 2 เข้าร่วมทดลองกว่า 398 รายพบว่า เห็ดหลินจือไม่มีผลทางการรักษาในเชิงการลดระดับน้ำตาลในเลือดไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพเพียงพอจะสนับสนุนผลทางการรักษาเหล่านั้น และไม่มีข้อมูลที่เพียงพอในการยืนยันด้านความปลอดภัยจากการบริโภคเห็ดหลินจือเช่นเดียวกัน โดยหนึ่งในงานวิจัยเหล่านั้น ได้แสดงถึงผลข้างเคียงจากการบริโภคเห็ดหลินจือในผู้ป่วยบางราย เป็นอาการคลื่นใส้ ท้องร่วง หรือท้องผูก
ดังนั้นจึงควรมีการค้นคว้าทดลองถึงประสิทธิภาพของเห็ดหลินจือในการลดปัจจัยเสี่ยงต่างๆเหล่านี้เพื่อป้องกันและการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจต่อไป รวมทั้งให้ได้ความกระจ่างชัดดเจนในด้านดังกล่าวมากยิ่งขึ้น อันเป็นประโยชน์ต่อแนวทางการรักษาป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจและอาการต่างๆที่เกี่ยวข้องต่อไปในอนาคต
ปริมาณที่เหมาะสมในการบริโรคเห็ดหลินจืออย่างชัดเจน เนื่องประสิทธิผลและผลข้างคียงจากการบริโภค ดังนั้น ผู้บริโภค ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเห็ดหลินจือ และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการบริโรค เพราะแม้เห็ดหลินจือในแต่ละรูปแบบจะเป็นผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ แต่สารเคมีและส่วนประต่างอาจส่งผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายได้เช่นกัน
โดยทั่วไป ปริมาณการบริโภคเห็ดหลินจือ/วันได้แก่
-สมุนไพร เห็ดหลินจืออบแห้ง ไม่ควรบริโภคเกิน 1.5-9 กรัม/วัน
-ผงสารสกัดเห็ดหลินจือ ไม่ควรบริโภคเกิน 1-1.5 กรัม
-สารละลายเห็ดหลินจือ ไม่ควรบริโภคเกิน 1 มิลลิลิตร/วัน
ความปลอดภัยในการบริโภคเห็ดหลินจือ
แม้จะมีการพิสูจน์ถึงคุณประโยชน์ในบางด้านที่อาจเกิดขึ้นได้จากการบริโภคเห็ดหลินจือ แต่ผู้บริโภคก็ควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเห็ดหลินจือ และปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนการบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ควรระมัดระวังในด้านปริมาณและรูปแบบเห็ดหลินจือที่บริโภค เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพได้ในภายหลัง
ในเห็ดหลินจือมีสารอาหารที่อาจส่งผลดีต่อสุขภาพมากมาย จำพวกเส้นใยต่างๆ โปรตีนคาร์โบไฮเดรต ไขมัน วิตามินและแร่ธาตุบางชนิด เชเนแคลเซียม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัสแมกนีเซียม เซเลเนียม ธาตุเหล็ก สังกะสี มองแดง สารโมเลกุลชีวภาพที่สำคัญ เย่างสเตียรอยด์(Steroids) เทอร์ปีนอยด์ (Terpenoide) นิวคลีโอไทด์ (Nucleotides) ไกลโคโปรตีน (Glycoproteins)พอลิแซ็กคาไรค์ (Polrsacchayides) และสารอนุพันธ์อื่นๆโดยเฉพาะกรดอะมิโนไลซีน (Lysine) และลิวซีน (Leucine)ด้วยเหตุนี้ มีบางคนหรือในบางวัฒนธรรมนำเห็ดหลินจือมาประกอบอาหารและแปรรูปเพื่อการบริโภค

Tags : สมุนไพรเห็ดหลินจือ

14

เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือมีผลเช่นไรต่อเซลล์ต่อมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันสูง และก็โรคอื่นๆอันแสนเพลียที่จะรักษา ติดตามผลการศึกษาวิจัยรับรองคุณประโยชน์ได้ในบทความนี้จ้ะ
บทความสมุนไพร เหล่านี้อ้างอิงคุณประโยชน์ของเห็ดหลินจือจากผลการศึกษาเรียนรู้ยืนยันจากที่ต่างๆเพื่อเพื่อนพ้องได้ใคร่ครวญด้วยตัวเองว่ารักษาโรคได้ดิบได้ดีแค่ไหนแล้วก็น่าเชื่อถือแค่ไหน ถ้าหากเพื่อนฝูงๆเคยอ่านบทความเกี่ยวกับสรรรพคุณหรืองานศึกษาค้นคว้าและทำการวิจัยเกี่ยวกับเห็ดหลินจือจากที่อื่นมาก่อน แล้วรู้สึกอ่านไม่ง่ายเท่าใดหรือเปล่ารู้เรื่อง บทความในเว็บแห่งนี้ผู้เขียนได้คัดเลือกและก็รวบรวมจากหลายที่และก็เขียนในภาษาที่อ่านง่ายที่สุดเท่าที่จะทำเป็น
เพื่อนๆถูกใจบทความนี้ก็จะเป็นอันมากหัวใจให้ผู้เขียนได้บทความดีๆให้เพื่อนฝูงอ่านกันอีกต่อไปบทความเห็ดหลินจือรักษาโรคเด็ดๆที่สมุนไพร เพื่อนฝูงๆจำต้องถูกใจ
เห็ดหลินจือยั้งมะเร็ง
เห็ดหลินจือ ผลจากการวิจัยพบว่า เห็ดหลินจือ มีสารสามารถยั้งมะเร็งไดรวมทั้งโดยไม่กระทบต่อเซลล์ปกติ สารดังกล่าวมีอยู่มากมายที่สปอร์ที่กะเทาะผนังหุ้มสปอร์แล้วนอกนี้ผลของงานวิจัยจากกรมวิวัฒนาการแพทย์แผนไทยพบว่าเห็ดหลินจือมีสารกลุ่ม Polysaccharide ซึ่งช่วยสร้างเสริมภูเขามิคุ้ม และก็สารกลุ่ม Triterpenes (เจอที่สปอร์ของเห็ดหลินจือ สูงที่สุด ) ซึ่งกรุ๊ปข้างหลังสามารถยั้งเซลล์ของโรคมะเร็งได้ โดยสปอร์กะเทาะฝาผนังห่อจะให้ผลดียิ่งกว่าแบบไม่กะเทาะมาก
อย่างไรก็ตามฤทธิ์ฆ่าเซลล์ของมะเร็งของมะเร็งของสารสกัดเห็ดหลินจือที่กล่าวไปนั้น ยังคงเป็นเพียงแค่ผลของการทดลองในหลอดทดสอบเท่านั้น เวลานี้แผนกแพทย์ศาสตร์ของมหาลัยจังหวัดเชียงใหม่กำลังศึกษาค้นคว้าผลที่มีต่อคนไข้โรคมะเร็วจริงๆและก็คาดว่าผลวิจัยนี้คงเผยแพร่ให้เพื่อนพ้องๆได้รู้กันในเร็วๆนี้จ้ะ แต่ช่วงนี้มีรายงานการเรียนจากเมืองจีนพบว่า เห็ดหลินจือสามารถเสริมภูมิต้านทานได้จริงในคนไข้มะเล็กลำไส้ใหญ่ ปอด รวมทั้งคนป่วยที่เป็นมะเร็งขั้นขยาย โดยไม่เป็นผลข้างๆรวมทั้งสามารถใช้ได้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆได้โดยสวัสดิภาพ อย่างไรก็แล้วแต่ในประเทศไทย การใช้เห็ดหลินจือสำหรับการรักษาโรคมะเร็งนั้นยังไม่ใช่ช่องทางหลักสำหรับเพื่อการรักษา เน้นย้ำเรื่องเสริมภูมิคุ้มกันมากยิ่งกว่า
สมุนไพร ตอนนี้มีผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือขายล้นหลามตามตลาด มีในขณะที่ผลิตในไทยและนำเข้าจากต่างชาติ ถ้าเพื่อนฝูงๆอยากเลือกซื้อ จะต้องดูให้ดี ว่าสินค้าตัวนั้นมีที่มารวมทั้งแหล่งผลิตน่าเชื่อถือหรือไม่ มีการรับรองจาก อย. ไหม และสินค้าที่สามารถกันความชื้นได้ดีหรือป่าวประกาศ
คนจีนรู้จักการใช้เห็ดหลินจือรักษาโรคหัวใจมาตั้งแต่สมัยราชวงค์หมิง ปัจจุบันนี้แพทย์แผนจีนก็ยังคงใช้เห็ดหลินจือการรักษาโรคหัวใจมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเกิดเรื่องที่น่าสนใจเพราะว่าถ้าไม่ดีจริงก็อาจเลิกใช้กันไปนานแล้วใช่ไหม ก็เลยมีการวิจัยกันอย่างจริงๆจังมากสำหรับประเด็นนี้

สมุนไพร ที่กรุงปักกิ่งได้มีการทดสอบจริงกับผู้เจ็บป่วยที่มีอาการเจ็บทรวงอก จากเส้นเลือดหัวใจตีบ พบว่าภายหลังการให้รับประทานเห็ดหลินจืออปิ้งต่อเนื่องเป็นเวลา 3 เดือน ผุ้ป่วยที่เข้ารับการทดสอบ 90% มีอาการที่ จากการสังเกตร่วมร่วมกับการวัดคลื่นหัวใจ ECG
เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา มีนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นกรุ๊ปหนึ่งได้เจอสารเคมีที่ช่วยลดระดับความดันเลือดในเห็ดหลินจือแล้วก็เจอสารยับยั้งการจับตัวกันจบกลายเป็นก้อนของเลือดอีกด้วย จากการทดสอบใช้เห็ดหลินจือกับผู้ป่วยโรคหัวใจโรงหมอ พบว่าสามารถลดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะได้จริง
นักวิทยาศาสตร์รัสเชียยืนยันอีกเสียงว่าเห็ดหลินจือช่วยเรื่องเลือดแล้วก็หัวใจได้จริง และก็พบว่าเห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโรคหัวใจ จากกลุ่มทดลองสมุนไพร 21 ชนิด ที่กรุ๊ปศึกษาค้นคว้าได้เลือกจับมาศึกษาทดสอบ
เห็ดหลินจือ ปกติในกระแสโลหิตพวกเราจะมีไขมันอยู่แล้วทุกคน จากมากน้อยก็แล้วแต่คนไป แต่ว่าหากในกระแสโลหิตของเรามีปริมาณไขมันมากจนเกินไปนี่มีปัญหาแน่จ้ะ เรียกภาวะนี้ว่า โรคไขมันในเส้นเลืดสูง ซึ่งโรคนี้เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากหลายสาเหตุ อีกทั้งจากของกิน ภาวะจิตใจ สภาพแวดล้อม พันธุรวมทั้งอาจเกิดจาผลข้างเคียงของยาบางประเภทอีกด้วย(ไขมันที่เอ่ยถึง คือ ไตรกลีเซอไรค์และคอลเรสเตอคอยล โรคไขมันในเลือดสูงสามารถนำมาซึ่งโรคภัยต่างๆตามมาอีก ได้แก่ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เส้นโลหิตหัวใจตีบ หัวใจขาดเลือด แล้วก็เส้นเลือดสมองตีบ เป็นต้น
เห็ดหลินจือ นักค้นคว้าได้ค้นพบสารหลายประเภทในเหล็ดหลินจือที่ช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นโลหิตเป็นGanoderic Acid แล้วก็ Lucidenic Acid ซึ่งสาร 2 จำพวกที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น นอกจากช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้แล้ว ยังป้องกันไม่ให้ไขมันตันเส้นโลหิตได้โดยตรงอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสารกลุ่ม Nucleotide ที่สามารถช่วยลดการอุดตันของลิ่มเลือดในเส้นเลือด และก็ช่วยลดอัตราเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาตได้อีกด้วย
ได้มีนักวิทยาศาสตร์ที่ญี่ปุ่นทดสอบให้สารสกัดเห็ดหลินจือกับคนที่เป็นโรคไขมันเส้นโลหิตสูง 70 ราย และกระทำเก็บผลการทดสอบภายหลังจากผ่านไป 3 เดือน พบว่าวัวเรสเตอรอลของผู้รับการทดสอบต่ำลงไปถึง 74% ซึ่งก็สอดคล้องกับผลที่เกิดจากการวิจัยจากทั้งโลก และก็ยังพบว่าเห็ดหลินจือ เว้นเสียแต่ช่วยลดการอุดตันของไขมันในเส้นโลหิตแล้ว ยังเป็นเหตุให้โลหิตไหลเวียนอีกด้วย
การที่เห็ดหลินจือสามารถจัดการกับภาวะไขมันในเส้นเลือดสูงได้นั้น ได้รับการรับรองจากนักค้นคว้าในญี่ปุ่น จีน รัสเชีย และก็ที่อื่นๆอีกทั้งโลกแล้วว่าได้ผลจริงละไม่ได้เป็นเพาระความเลื่อมใสอีกต่อไป สุดท้ายก็ขอฝากไว้ ภาวการณ์ไขมันในเส้นเลือดสูงเป็นภาวะที่อันตรายเพราะสามารถเป็นเหตุให้เกิดโรคน่าสะพรึงกลัวอื่นๆตามมาได้ ด้วยเหตุดังกล่าวถ้าเพื่อนๆตรวจเลือดแล้วพบสภาวะนี้ก็ควรรีบจัดการตั้งแต่เนิ่นๆไว้กิ่นจะดียิ่งกว่า

Tags : สมุนไพรเห็ดหลินจือ

15

เห็ดหลินจือ
เห็ดหลินจือมีผลเช่นไรต่อเซลล์ต่อมะเร็ง โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคความดันสูง และก็โรคอื่นๆอันแสนเพลียที่จะรักษา ติดตามผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยยืนยันคุณประโยชน์ได้ในเนื้อหานี้ค่ะ
สมุนไพร บทความเหล่านี้อ้างอิงคุณประโยชน์ของ[url=http://www.disthai.com/16484916/%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%88%E0%B8%B7%E0%B8%AD]เห็ดหลินจือ[/url]จากผลการศึกษายืนยันจากที่ต่างๆเพื่อเพื่อนได้พินิจด้วยตัวเองว่ารักษาโรคได้ดีขนาดไหนแล้วก็น่าไว้วางใจเพียงใด ถ้าเพื่อนพ้องๆเคยอ่านบทความเกี่ยวกับสรรรพคุณหรืองานศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับเห็ดหลินจือจากที่อื่นมาก่อน แล้วรู้สึกอ่านไม่ง่ายมากแค่ไหนหรือไม่เข้าใจ บทความในเว็บนี้นักเขียนได้คัดเลือกและสะสมจากหลายที่และก็เขียนในภาษาที่อ่านง่ายที่สุดเท่าที่จะทำเป็น
สหายๆชอบเนื้อหานี้ก็จะเป็นอันมากใจให้นักเขียนได้บทความดีๆให้เพื่อนอ่านกันอีกต่อไปบทความเห็ดหลินจือรักษาโรคเด็ดๆที่เพื่อนฝูงๆจะต้องถูกใจ
เห็ดหลินจือยั้งโรคมะเร็ง
ผลจากการวิจัยพบว่า เห็ดหลินจือ มีสารสามารถยับยั้งมะเร็งไดและก็โดยไม่กระทบต่อเซลล์ธรรมดา สารดังที่กล่าวมาแล้วมีอยู่มากที่สปอร์ที่กะเทาะฝาผนังห่อหุ้มสปอร์แล้วนอกนี้ผลที่ได้รับจากงานวิจัยจากกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยพบว่าเห็ดหลินจือมีสารกรุ๊ป Polysaccharide ซึ่งช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้ม รวมทั้งสารกรุ๊ป Triterpenes (เจอที่สปอร์ของเห็ดหลินจือ เยอะที่สุด ) ซึ่งกรุ๊ปข้างหลังสามารถยั้งเซลล์ของโรคมะเร็งได้ โดยสปอร์กะเทาะฝาผนังห่อจะให้ผลดีมากกว่าแบบไม่กะเทาะมาก
อย่างไรก็ดีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งของโรคมะเร็งของสารสกัดเห็ดหลินจือที่กล่าวไปนั้น ยังคงเป็นเพียงผลการทดสอบในหลอดทดลองเท่านั้น ตอนนี้ภาควิชาแพทย์ศาสตร์ของมหาลัยจังหวัดเชียงใหม่กำลังศึกษาค้นคว้าผลที่มีต่อผู้เจ็บป่วยโรคมะเร็วจริงๆรวมทั้งคาดว่าผลการค้นคว้านี้น่าจะเผยให้สหายๆได้ทราบกันในเร็วๆนี้ค่ะ แม้กระนั้นปัจจุบันนี้มีรายงานการเล่าเรียนจากจีนพบว่า เห็ดหลินจือสามารถเสริมภูมิต้านทานได้จริงในคนไข้มะเล็กลำไส้ใหญ่ ปอด และก็คนเจ็บที่เป็นมะเร็งขั้นแพร่กระจาย โดยไม่เป็นผลข้างเคียงรวมทั้งสามารถใช้ได้ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลาที่นานๆได้อย่างปลอดภัย แม้กระนั้นในประเทศไทย การใช้เห็ดหลินจือสำหรับเพื่อการรักษาโรคโรคมะเร็งนั้นยังไม่ใช่ช่องทางหลักในการรักษา เน้นเรื่องเสริมภูมิคุ้มกันมากยิ่งกว่า
ในขณะนี้มีผลิตภัณฑ์เห็ดหลินจือขายเยอะมากตามตลาด มีทั้งที่ผลิตในไทยรวมทั้งนำเข้าจากต่างถิ่น หากเพื่อนฝูงๆต้องการเลือกซื้อ จะต้องดูให้ดี ว่าสินค้าตัวนั้นมีที่มารวมทั้งแหล่งผลิตน่าไว้วางใจหรือเปล่า มีการรับรองจาก อย. หรือไม่ แล้วก็สินค้าซึ่งสามารถกันความชุ่มชื้นได้ดิบได้ดีหรือประกาศ
คนจีนรู้จักการใช้เห็ดหลินจือรักษาโรคหัวใจมาตั้งแต่ยุคราชวงค์หมิง เดี๋ยวนี้หมอแผนจีนก็ยังคงใช้เห็ดหลินจือการรักษาโรคหัวใจมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจเพราะเหตุว่าถ้าหากไม่ดีจริงก็อาจเลิกใช้กันไปนานแล้วใช่ไหม จึงมีการทำการค้นคว้ากันอย่างจริงๆจังเยอะมากสำหรับหัวข้อนี้
ที่กรุงปักกิ่งได้มีการทดสอบจริงกับผู้ป่วยที่มีลักษณะอาการเจ็บทรวงอก จากเส้นโลหิตหัวใจตีบ พบว่าภายหลังการให้รับประทานเห็ดหลินจืออปิ้งสม่ำเสมอตรงเวลา 3 เดือน ผุ้เจ็บป่วยที่เข้ารับการทดลอง 90% มีลักษณะอาการที่ดีขึ้น จากการสังเกตร่วมร่วมกับการประมาณคลื่นหัวใจ ECG
เมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา มีนักวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งได้เจอสารเคมีที่ช่วยลดระดับความดันเลือดในเห็ดหลินจือและก็พบสารยั้งการจับตัวกันจบกลายเป็นก้อนของเลือดอีกด้วย จากการทดลองใช้เห็ดหลินจือกับผู้ป่วยโรคหัวใจโรงหมอ พบว่าสามารถลดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะได้จริง
นักวิทยาศาสตร์รัสเชียยืนยันอีกเสียงว่าเห็ดหลินจือช่วยเรื่องเลือดและก็หัวใจได้จริง แล้วก็พบว่าเห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับโรคหัวใจ จากกลุ่มตัวอย่างสมุนไพร 21 ประเภท ที่กลุ่มศึกษาค้นคว้าได้เลือกจับมาศึกษาทดลอง

สมุนไพร ปกติในกระแสเลือดเราจะมีไขมันอยู่แล้วทุกคน จากมากน้อยสุดแล้วแต่คนไป แต่ว่าถ้าหากในกระแสเลือดของเรามีจำนวนไขมันมากเกินไปนี่มีปัญหาแน่จ้ะ เรียกภาวการณ์นี้ว่า โรคไขมันในเส้นเลืดสูง ซึ่งโรคนี้มีต้นเหตุที่เกิดจากหลายกรณี จากอาหาร สภาพจิตใจ สิ่งแวดล้อม พันธุรวมทั้งบางทีอาจเกิดจาผลข้างเคียงของยาบางจำพวกอีกด้วย(ไขมันที่พูดถึง คือ ไตรกลีเซอไรค์และคอลเรสเตอคอยล โรคไขมันในเลือดสูงสามารถนำมาซึ่งโรคภัยต่างๆตามมาอีก ดังเช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เส้นเลือดหัวใจตีบ หัวใจขาดเลือด และก็เส้นโลหิตสมองตีบ ฯลฯ
นักวิจัยได้ศึกษาและทำการค้นพบสารหลายแบบในเห็ดหลินจือที่ช่วยลดจำนวนไขมันในเส้นโลหิตหมายถึงGanoderic Acid และก็ Lucidenic Acid ซึ่งสาร 2 ประเภทที่กล่าวมาแล้วข้างต้น นอกเหนือจากช่วยลดไขมันในเส้นเลือดได้แล้ว ยังคุ้มครองป้องกันไม่ให้ไขมันตันเส้นเลือดได้โดยตรงอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีสารกรุ๊ป Nucleotide ซึ่งสามารถช่วยลดการอุดตันของลิ่มเลือดในเส้นโลหิต และช่วยลดอัตราเสี่ยงที่จะเป็นอัมพาตได้อีกด้วย
ได้มีนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศญี่ปุ่นทดลองให้สารสกัดเห็ดหลินจือกับผู้ที่เป็นโรคไขมันเส้นเลือดสูง 70 ราย และกระทำการเก็บผลของการทดลองภายหลังจากผ่านไป 3 เดือน พบว่าวัวเรสเตอรอลของคนรับการทดลองลดลงไปถึง 74% ซึ่งก็สอดคล้องกับผลงานวิจัยจากทั่วทั้งโลก และก็ยังพบว่าเห็ดหลินจือ เว้นแต่ช่วยลดการอุดตันของไขมันในเส้นโลหิตแล้ว ยังเป็นเหตุให้เลือดไหลเวียนดียิ่งขึ้นอีกด้วย
การที่เห็ดหลินจือสามารถจัดการกับภาวะไขมันในเส้นเลือดสูงได้นั้น ได้รับการรับรองจากนักวิจัยอีกทั้งในญี่ปุ่น จีน รัสเชีย และที่อื่นๆอีกทั่วทั้งโลกแล้วว่าได้ผลจริงละไม่ได้เป็นเพาระความศรัทธาอีกต่อไป ท้ายที่สุดก็ขอฝากไว้ ภาวะไขมันในเส้นเลือดสูงเป็นภาวการณ์ที่อันตรายเพราะเหตุว่าสามารถเป็นเหตุให้เกิดโรคน่าขนลุกอื่นๆตามมาได้ ด้วยเหตุนั้นถ้าหากสหายๆตรวจเลือดแล้วเจอภาวการณ์นี้ก็ควรรีบจัดแจงตั้งแต่เนิ่นๆไว้กิ่นจะดีมากยิ่งกว่า

หน้า: [1] 2 3