ผู้เขียน หัวข้อ: รีวิวสาย audio cable 6 วิธีวิเคราะห์ประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง คลิกเลย  (อ่าน 9 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

10-07-2018 , 20:21:22
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 691
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด

6 แนวทางตรวจตราประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง
สายสัญญาณเสียง คืออุปกรณ์สำหรับใช้ในการเชื่อมต่อเครื่องเสียงเข้ากับเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆโดยสายนี้จะเป็นตัวนำเสียงจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ให้มาแสดงออกในเครื่องเสียง ช่วยให้สามารถเล่นไฟล์เสียงด้วยเสียงที่ดังขึ้นได้
ปัจจุบันนี้ เราสามารถหาซื้อสายสัญญาณเสียงได้ทั่วๆไปตามร้านจำหน่ายเครื่องใช้กระแสไฟฟ้าและเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ต่างๆมีสินค้าหลายรุ่น หลายแบรนด์ให้เราได้เลือกซื้อกัน ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อสายสัญญาณเสียงบนตลาดมีอยู่หลายรุ่น หลายแบรนด์ ทำให้ท่านภาพของสินค้ามีความไม่เหมือนกันด้วย หากพวกเราได้สายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีมาใช้ดีแล้วไป แม้กระนั้นถ้าเราเผลอไปซื้อสาย audio cable ที่มิได้ประสิทธิภาพมาใช้งานเข้า ก็ต้องเผชิญกับปัญหาระหว่างใช้งานหลายประการ เสียงไม่ออก ประสิทธิภาพเสียงไม่ดี มีอายุการใช้แรงงานสั้น ใช้ไปได้เล็กน้อยก็เสียแล้ว อีกทั้งสายสัญญาณเสียงนั้นเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่อาจประเมินคุณภาพด้วยราคาได้ เพราะไม่ว่าจะเป็นสินค้าราคาไม่แพงหรือสินค้าราคาสูง ต่างก็มีอีกทั้งคุณภาพดี คุณภาพไม่ดี และก็ปัญหาในตัวเองปะปนไป ด้วยเหตุนั้น เราก็เลยจำเป็นจะต้องมีวิธีการพื้นฐานสำหรับพิจารณาประสิทธิภาพสายสัญญาณเสียง เพื่อสามารถซื้อสินค้าที่มีคุณภาพมาใช้งานได้ถัดไป
.

.
การตรวจตราคุณภาพ สายสัญญาณเสียง พวกเราสามารถทำเป็น 6 แนวทางดังต่อไปนี้
1. ตรวจตราความแข็งแรง-ความอ่อนของสาย ข้อนี้เป็นอย่างแรกที่เราสามารถวิเคราะห์ด้วยตนเองได้ รวมทั้งควรเช็คเป็นอย่างแรก เนื่องจากสายสัญญาณเสียงในปัจจุบันมีการผลิตสายออกมาให้มีความแข็งและก็ความอ่อนแตกต่างกัน โดยธรรมดา สายสัญญาณเสียงที่มีราคาถูกชอบมีสายค่อนข้างจะแข็ง ในขณะสายสัญญาณเสียงราคาแพงๆชอบมีสายอ่อน ข้อแนะนำเป็น ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่แข็งเกินไป ด้วยเหตุว่าจะไม่สามารถพับสายได้ ถ้าหากพับ ม้วนเก็บสายย่อมทำให้เกิดปัญหา ในขณะเดียวกันก็ไม่สมควรซื้อสายสัญญาณเสียงที่อ่อนเกินความจำเป็น ด้วยเหตุว่ายิ่งอ่อนนิ่มมากมาย สายก็จะยิ่งเปราะบาง เมื่อใช้ประโยชน์งานเสมอๆย่อมมีการเสี่ยงสูงที่สายจะขาด หรือหักพับได้อย่างง่ายๆสายสัญญาณเสียง ราคาที่ดีเยี่ยมที่สุด ควรเป็นสายที่อ่อนพอเพียงจะสามารถพับได้อย่างไม่เกิดการเสียหาย แม้กระนั้นในเวลาเดียวกันก็มีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานได้อย่างไม่เกิดการฉีกจนขาด ถ้าหากเราพบว่าสายสัญญาณเสียงใดมีลักษณะแบบนี้ สามารถซื้อมาไว้ใช้งานได้เลย
2. วิเคราะห์สิ่งของที่ใช้สำหรับทำหัวสายว่าคืออะไร สายสัญญาณเสียงที่ผลิตออกมาในตอนนี้นั้น มีการใช้โลหะอยู่ 2 ชนิดใหญ่ๆในการทำหัวสาย ตัวอย่างเช่น ทองเหลือง และก็อลูมิเนียม ขอแนะนำว่าควรที่จะทำการเลือกใช้สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นทองบรอนซ์จะดีมากยิ่งกว่า เพราะเป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ดีมากว่าอลูมินัม ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาเสียงขาดเสียงหาย แม้ว่าจะแทงสายไม่แน่นก็ตาม ในตอนที่อลูมินัม เป็นโลหะที่นำสัญญาณได้ไม่ดีนัก แม้แทงไม่แน่นจะไม่สามารถที่จะนำสัญญาณเสียงได้ นอกจากนี้ ทองสัมฤทธิ์ยังเป็นโลหะที่มีความทนทานสูง แก่การใช้แรงงานช้านาน ไม่ค่อยพบเจอกับปัญหาประเด็นการหัก หรือการโค้งงอผิดแบบ ขณะที่สายสัญญาณเสียงที่มีหัวสายเป็นอลูมินัมนั้นจำต้องใช้งานอย่างระมัดระวัง หากไม่บำรุง หัวสายจะหักหรือโค้งงอได้ง่ายในเวลาอันเร็ว
3. พิจารณาการยึดระหว่างหัวสายกับสายไฟว่าเป็นอย่างไร มีการเชื่อมต่ออย่างสนิทดีหรือไม่ โดยปกติสายสัญญาณเสียงที่มีคุณภาพดีจะยึดจุดเชื่อมต่อระหว่างสายไฟกับอารมณ์เสียบได้อย่างสนิท ในขณะสายสัญญาณเสียงคุณภาพต่ำมักยึดส่วนหัวสายกับสายไฟได้ไม่แน่น บางรุ่นทำเพียงแค่เอาสายใส่เข้าไปในหัวแบบมิได้ยึด สิ่งที่จะตามมาเมื่อใช้งานไปได้สักระยะ ก็คือ สายไฟหลุดออกมาจากหงุดหงิดบ แล้วก็ถ้าสายสัญญาณเสียงใดมีปัญหานี้ขึ้นมาย่อมไม่อาจจะซ่อมแซมได้ ต้องทิ้งสิ่งเดียว โดยเหตุนี้สำหรับในการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง พวกเราก็เลยจะต้องสำรวจจุดเชื่อมต่อระหว่างหัวเสียบกับสายไฟด้วย
4. สำรวจความยาวของโลหะหัวเสียบว่ามีความสั้นยาวเท่าใด โดย สายสัญญาณเสียงที่ดี ควรจะมีความยาวระหว่างโลหะหัวเสียบอยู่ที่ 2-5 เซนติเมตร ด้วยเหตุว่าเป็นความยาวที่สมควรสำหรับการเสียบกับวัสดุอุปกรณ์ต่างๆได้โดยไม่เกิดการคลอนหรือหละหลวม ทั้งยังแทงได้สนิท ไม่มีโลหะหัวเสียบโผล่พ้นขึ้นมา หากเป็นสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวของโลหะอารมณ์เสียบสั้นเกินความจำเป็น จะไม่อาจจะทิ่มกับเครื่องใช้ไม้สอยได้ เกิดปัญหาเสียงไม่ออก หรือเสียงมาเป็นช่วงๆจำเป็นต้องรอประคองไว้ ส่วนถ้าเกิดโลหะที่ศีรษะแทงมีความยาวมากจนเกินไป เมื่อเสียบกับอุปกรณ์จะมีผลให้มีโลหะบางส่วนโผล่ขึ้นมา ถ้าเผลอไปชนเข้าอาจส่งผลให้สายเกิดการหักได้
5. ตรวจตราความยาวของสายไฟว่ามีมากน้อยเพียงใด ข้อนี้ถึงแม้จะไม่ได้ส่งผลต่อประสิทธิภาพการใช้แรงงานโดยตรง แม้กระนั้นก็สำคัญ ด้วยเหตุว่าการซื้อสายสัญญาณเสียงที่มีความยาวเพียงพอต่อการใช้แรงงาน จะช่วยทำให้สามารถต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างสะดวก ไม่เกิดปัญหาสายตึงรั้งเกินไปจนถึงเสี่ยงต่อการหัก หรือหย่อนยานเหลือเกินกระทั่งเกิดความรู้สึกเกะกะ ซึ่งความยาวที่เหมาะสมของสายไฟขึ้นอยู่กับการใช้งานของพวกเราว่าคืออะไร ถ้าเกิดเป็นสายสัญญาณเสียงสำหรับแทงอุปกรณ์เครื่องเสียงในรถ หรือลำโพงทั่วๆไป ต้องมีความยาวอยู่ที่ 30-60 เซนติเมตร ส่วนถ้าเป็นสานสำหรับต่อลำโพงขนาดใหญ่ จำต้องลากสายยาวๆก็ต้องมีความยาวตั้งแต่ 1 เมตรขึ้นไป
6. วิเคราะห์แบรนด์ของสาย ส่วนยี่ห้อนี้ก็นับว่ามีความจำเป็นไม่แพ้กันสำหรับการเลือกซื้อสายสัญญาณเสียง โดยควรจะเลือกซื้อสายสัญญาณเสียงที่ทำขึ้นโดยแบรนด์อันเป็นที่รู้จัก หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อแปลกๆหรือผลิตภัณฑ์โนเนม เนื่องจากชอบเป็นสินค้าที่มิได้ประสิทธิภาพ ได้โอกาสชำรุดทรุดโทรมเสียหายได้ง่าย
วิธีสำหรับการเลือกซื้อ สายสัญญาณเสียง ให้ได้คุณภาพถือเป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องให้ความใส่ใจ เพื่อการเชื่อมต่อเครื่องไม้เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องเสียงสามารถำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้การเล่นเสียงที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
ขอบคุณสำหรับ
บทความสายสัญญาณเสียง : https://www.dotlife.store/cable/audio-cable.html, dotlife
รีวิวสายสัญญาณเสียงจาก Pantip: www.pantip.com

Tags : สายสัญญาณเสียง,สายสัญญาณเสียง ราคา,สาย audio cable